วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สอนการใช้งาน Google Cloud Print คืออะไร


Google Cloud Print คืออะไรและสอนการใช้งาน

Google_Cloud_Print-7
Google ไม่หยุดพัฒนาจริงๆครับ และทาง Google ได้ออกของเล่นมาใหม่คือ Google Cloud Print แล้วคำถามก็เกิดขึ้นมาในหัว มันคืออะไรกันเนี่ยGoogle Cloud Print คือการปริ๊นจาก website หรือ application ที่ support  ไปยังPrinter ที่บ้าน ไม่ว่าจะข้ามโลก ข้ามทวีิปไปก็ปริ๊นได้นะโดยต้องใช้ Google Chrome และ applications ในการสั่ง Printer ต่อไปผมนั่งอยู่ข้างนอกบ้านแล้วปริ๊นข้อมูลต่างๆมายังที่บ้านผมก็ได้หรือปริ๊นไปที่ Office ผมก็ได้ หรือจะปริ๊นเก็บไว้ใน Google Doc ก็ได้นะครับ

สิ่งที่คุณต้องมีก่อนการ Google Cloud Print

1. Account Gmail
2. Browser Google Chrome และอุปกรณ์อื่นๆ ตรวจสอบได้ที่นี้ครับ
Application ที่ Support Google clound print
3. Printer ที่รองรับระบบ Google Cloud Print ตรวจสอบแต่ละยี่ห้อเลยครับ


วิธีการสั่ง Print บน Google Cloud Print อย่างละเอียด

ในส่วนนี้ผมของทดสอบการใช้งานผ่าน Brower Google Chrome
1. เปิด website บน Google Chrome ที่ต้องการ Print ขึ้นมา เช่น www.itithai.com
Google_Cloud_Print-1
2. กด Ctrl + P
3. จากนั้นให้เลือกเครื่องปริ๊นที่จะปริ๊นไป มันคือ Print with Google Cloud Print
Google_Cloud_Print-2
4. จากนั้นให้เราเลือกเครื่อง printer ที่เราต้องการปริ๊นไปครับ ถ้าsetup printer ไว้แล้ว (Printer ต้อง support Google Cloud Print  ด้วยนะครับ)
แต่ถ้ายังไม่มีเราสามารถ print ไปเก็บไว้ใน Google Doc ไว้ก่อนก็ได้ครับ โดยจะปริ๊นไปเป็นไฟล์ .pdf ให้เองเลยครับ
ในที่นี้ผมเลือก Save to google Docs จากนั้นก็กด Print แต่ถ้าใครต้องการ add pinter ก็ให้กดมุมซ้ายล่าง Manage Printer
Google_Cloud_Print-3
5. รอการปริ๊นไปยัง Google Docs
6. เมื่อทำการปริ๊นเรียบร้อยจะเห็นดังรูป
Google_Cloud_Print-4
7. จากนั้นเราลองเข้า Google Docs เพื่อไปดูเอกสารของเรา ก็ปรากฎดังภาพครับ
Google_Cloud_Print-5
เป็นยังไงมั้งครับ กับGoogle Cloud Print สะดวกสบายมากมาย เพื่อผมอยู่ข้างนอก Office จากนั้นก็ปริ๊นไปยัง office ให้เพื่อนร่วมงานได้เลย สะดวกสบายมากๆ และยังมีหลาย Application ที่รองรับในการสั่งปริ๊นแบบนี้ และอุปกรณ์พวก Printer ก็เริ่มทำออกมาให้สามารถรองรับการใช้งานกับ Google Cloud Print หลายเจ้าแล้วครับ



สอนวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 แบบละเอียดที่สุด


สอนวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7

windows-8-logo_1

หลายคนที่ใช้ Windows 7 กับ Windows 8 จะมีปัญหาการ Setup ในการแชร์ข้อมูลกันภายในวงแลน ปัญหาคือ Setup ไม่เป็นนั้นเองหรือว่าSetup แล้วปรากฎว่า Accessไม่ได้ แต่วันนี้ผมจะบอกวิธีการ Setup เป็นทีละ Step by Step รับรองว่าคุณสามารถทำเป็นเองได้แน่ๆ ครับง่ายๆครับยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีก ผมรู้ว่าคุณกำลังประสบกับปัญหาแชร์ไฟล์บน windows 8 กับ Windows 7 ไม่ได้เนื่องจากเป็นมือใหม่หัดใช้ windows 7และ Windows 8 หรือว่าทำแล้วยังไงก็ทำไม่ได้สักทีเลยต้องมาทำการ Search ใน Google แต่วันนี้เมื่อคุณได้ทำการอ่านบทความนี้เสร็จคุณก็สามารถเป็นมือโปรทันเลยของ windows 8 และ Windows 7 โดยหลักการShare File ของ Windows 7 และ Windows 8 นั้นก็จะคล้ายๆกันแหละครับ ถ้าใครเคยแชร์ไฟล์ได้ในWindows 7ได้ สำหรับ Windows 8 นั้นก็หมูๆเลยนะ
ซึ่งผมเคยเขียนบทความแชร์ไฟล์ไปบางส่วนไปแล้วครับ ตามบทความด้านล่าง
งั้นเรามาเริ่มลุยการแชร์ไฟล์กันเลยดีกว่าครับ

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 และสิ่งที่ต้องรู้

1. คอมพิวเตอร์ที่ลง Windows 7
2. คอมพิวเตอร์ที่ลง Windows 8
3. ต้องรู้ IP ของทั้ง Windows 7 และ Windows 8 ก่อนด้วยนะคับ วิธีการดูก็เปิด command ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์ไป ipconfig จากนั้นเราก็จะเห็น IP Address
บทความที่ผมเีขียนการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 นี้เหมาะสมสำหรับคอมพิวเตอร์ที่เอาไว้แชร์ไฟล์สำหรับที่บ้านนะครับ ไม่เหมาะต่อการมา Setup ใช้ที่บริษัท เพราะถ้าจะเอามาใช้ในบริษัทผมแนะนำให้ทำ File Share และ Authentication ผ่าน Active Directory ดีกว่าครับ
ทั้งใน Windows 7 และ Windows 8 นั้น ทาง Microsoft ได้ออกรูปแบบการแชร์ไฟล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประมาณว่า Security สูงมากๆ ทำให้บางคนทำการแชร์ไฟล์และดึงไฟล์จากอีกเครื่องหนึ่งเลยไมไ่ด้เลยทีเดียว หุหุ
Diagram ของผมที่จะแชร์ไฟล์นะครับ
จาก Lab ผมที่จำลองขึ้นมาให้ดูนะครับ
Windows 7 ใช้ IP : 192.168.137.1
Windows 8 ใช้ IP : 192.168.137.129
IP Address ของแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกันนะครับ โปรดตรวจสอบก่อนการทำในครั้งนี้

Windows7-Windows8


STEP By STEP สอนวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 ละเอียดที่สุด

1. ทำบน Windows 8 : ให้เราทำการเปิด command (cmd) ขึ้นมา จากนั้น
Ping ไปยัง  IP Windows 7
เช่น ตามรูป ping 192.168.137.1  ผลปรากฎว่าไม่สามารถ Ping ไปได้ครับ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะติด Filewall บน Windows 7 นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-1
2. ทำบน Windows 7 : ให้เราทำการเปิด command (cmd) ขึ้นมา จากนั้น
Ping ไปยัง  IP Windows 8
เช่น ตามรูป ping 192.168.137.129  ผลปรากฎว่าไม่สามารถ Ping ไปได้ครับ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะติด Filewall บน Windows 8 นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-2
3. ทำบนเครื่อง Windows 7 :
จากนั้นให้เราไปที่ Control Panel > Windows Firewall > Alllow a program or feature through Windowss Firewall
Share-File-Windows8-Windows7-3

4. จากนั้นให้เราทำการติ๊กถูกด้านหน้า File and Printer Sharing และติ๊กถูกในบรรทัดนี้ให้หมด และทำการกด OK
Share-File-Windows8-Windows7-4
5. ทำบน Windows 8 : ต่อจากนั้นกลับไปที่ Windows 8 และทำการ Ping ไปยัง IP Windows 7 อีกครั้ง
ก็จะปรากฎว่าสามารถ Ping ได้แล้วครับ
Share-File-Windows8-Windows7-5

6. ทำบนเครื่อง Windows 8 :
จากนั้นให้เราไปที่ Control Panel > Windows Firewall > Alllow a program or feature through Windowss Firewall
Share-File-Windows8-Windows7-6
7. จากนั้นให้เราทำการติ๊กถูกด้านหน้า File and Printer Sharing และติ๊กถูกในบรรทัดนี้ให้หมด และทำการกด OK
ถ้าขึ้นตัวเทา ให้กด Change Settings ก่อนนะครับ
Share-File-Windows8-Windows7-7

Share-File-Windows8-Windows7-8
8. ทำบน Windows 7 : ต่อจากนั้นกลับไปที่ Windows 7 และทำการ Ping ไปยัง IP Windows 8 อีกครั้ง
ก็จะปรากฎว่าสามารถ Ping ได้แล้วครับ
Share-File-Windows8-Windows7-9

ขั้นตอนที่ 1-8 นั้น เป็นการ Allow Windows Firewall เพื่อเปิดการใช้งานของการแชร์ไฟล์นั้นเอง  ในขั้นตอนต่อไปจะเริ่มเป็นการSetup แชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 7 กับ Windows 8 แบบว่า ข้อมูลแน่นมากๆที่สุดในประเทศไทยกันลยทีเดียว

9. ทำบนคอมพิวเตอร์ Windows 8
ทำการสร้าง Folder ขึ้นมา เช่น Windows8-itithai.com
Share-File-Windows8-Windows7-10

10. จากนั้นทำการคลิกขวาที่ Folder ที่เราจะแชร์ > Sharing > จากนั้นกด Share
Share-File-Windows8-Windows7-11
11. ให้พิมพ์ everyone ลงไปจากนั้นกด Add
Share-File-Windows8-Windows7-12
12. หลังจากที่ Add ลงมาแล้ว  > ให้เปลี่ยนเป็น ReadWrite จากนั้นกด Share
Share-File-Windows8-Windows7-13

13. จากนั้นเราจะได้  Folder ที่เราแชร์แล้วครับ > Done
ITITHAI-A นั้นเป็นชื่อเครื่อง
Windows8-itithai.com นั้นเป็นชื่อ Folder ที่ผมแชร์นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-14

Share-File-Windows8-Windows7-15

14. ลองตรวจสอบก็ได้ครับว่าเราแชร์จริงได้เปล่า
โดยการเปิด command (cmd) ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์ net share และ Enter
จากนั้นเราจะเห็น Folder ที่เราทำการแชร์นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-16

15. จากนั้นให้ไปที่ Control Panel > เลือก Network and Sharing Center
Share-File-Windows8-Windows7-17
16. ต่อจากนั้นให้เลือก Change advance sharing settings
Share-File-Windows8-Windows7-18

17. จากนั้นให้เราเลือก Guest or Public (Current profile)
และเลือกตามลูกศรที่ผมชี้เอาไว้
Share-File-Windows8-Windows7-19
18. จากนั้นให้เลือก All Networks ต่อ > จากนั้นเลือกตามลูกศรที่ผมชี้เอาไว้

เมื่อเลือกเสร็จทั้งหมดให้กด Save Changes
Share-File-Windows8-Windows7-20

19. ขั้นตอนนี้เราสลับมาที่ Windows 7
จากนั้นให้เราเปิด Run ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์  \\IP Windows8\Folder ที่เราแชร์ ดูในข้อ 13
Share-File-Windows8-Windows7-21

20. จากนั้นเราก็สามารถเปิด Folder ที่แชร์มาจาก Windows 8 ได้แล้วครับ
Share-File-Windows8-Windows7-22

21. ขั้นตอนนี้ ให้ทำบน Windows 7 เพราะเป็นการแชร์ไฟล์บน Windows 7
ผมสร้าง Folder ที่แชร์ตามภาพนะครับ
Share-File-Windows8-Windows7-25

22. จากนั้นคลิกขวา Folder ที่เราต้องการแชร์ > Shareing > กด Share
Share-File-Windows8-Windows7-26

23. จากนั้นกด everyone และกด add
Share-File-Windows8-Windows7-27

จากนั้นเปลี่ยน Everyone ให้เป็น Read / write และ กด Share
Share-File-Windows8-Windows7-28

24. จากนั้นเราก็จะได้ folder ที่เราแชร์บน Windows 7 เรียบร้อยครับ
Share-File-Windows8-Windows7-29

25. จากนั้นให้ไปทำในขั้นตอนที่ 8-10 ใน ลิงค์นี้ครับ>> สอนการแชร์ไฟล์ Windows 7
เมื่อทำ 8-10 เสร็จ ให้กลับมาทำขั้นตอนที่ 26 ต่อนะครับ

26. ขั้นตอนนี้ให้ไปที่ Windows 8
ให้ทำการเปิด run ขึ้นมา > จากนั้นพิมพ์  \\192.168.137.1\Folder ที่เราแชร์
\\IP Windows7\Folder ที่เราแชร์บน Windows 7
Share-File-Windows8-Windows7-33

27. จากนั้นเราก็สามารถเปิด Folder Windows 7 ได้แล้วครับบน Windows 8
Share-File-Windows8-Windows7-34

เป็นไงกันมั้งครับ ลองทำตามวิธีที่ผมได้เขียนเอาไว้สำหรับการแชร์ไฟล์Windows 7และ Windows 8 ผมคิดว่าทุกคนน่าจะแชร์ไฟล์บน Windows 7-Windows 8 ของเราได้กันหมดแล้วนะครับ เพราะบทความนี้ผมเขียนไว้ละเอียดมากสำหรับมือใหม่กับ Windows 7และ Windows 8 เมื่อคุณทำเสร็จแล้วคุณก็จะรู้ว่าการแชร์ไฟล์ของ Windows 7- Windows 8 นั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยครับ เพียงแต่ทาง Windows 7และ Windows 8 นั้นได้ออกแบบว่าเพื่อ Security ที่สูงขึ้น

ถ้าคุณทำแล้วยังไม่สามารถเปิดแชร์ได้ ให้ลองตรวจสอบที่ Antivirus ดูครับว่าได้ทำการ Block ไว้อยู่หรือเปล่าในส่วนนี้ แต่ผมว่าถ้าคุณทำแค่นี้ คุณก็สามารถแชร์ไฟล์บน windows 7-Windows 8 ได้แล้วละครับ

เครดิต : http://www.itithai.com

เจาะลึก 3rd Generation Intel® Core™ i7 i5 i3 Processor


เจาะลึก 3rd Generation Intel® Core™ i7 i5 i3 Processor

intel-cpu-generation3-10

หลังจากที่ intel ได้ผลิต Processor Core i3 i5 i7 ขึ้นมานั้นก็เริ่มมาจาก Generation ที่ 1และ2ตามลำดับ และปัจจุบัน ทาง intel ก็ได้ปล่อยของออกมาใหม่ มันคือ CPU 3rd Generation Intel® Core™ i7 i5 i3 Processor หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า intel Gen3 นั้นเอง แล้วไอ้เจ้า CPU intel Generation 3 มันมีดีอย่างไรละครับ
ตอนนี้ในตลาดบ้านเราก็มีแต่ 3rd Generation Intel® Core™ i7 i5 i3 Processor วางขายกันตามท้องตลาดกันเพียบแล้วครับ

3rd Generation Intel® Core™ i7 i5 i3 Processor มันปรับอะไรให้ดีขึ้นมั้งละ วันนี้มีคำตอบ

1. Intel HD Graphics 4000 ใน 3rd Generation นั้น โดยทาง intel ได้บอกกล่าวว่า  Intel Core Processor 3rd Generation นั้นมีการทำงานได้เร็วมากกว่า Intel HD Graphics ของ Processor Gen2 และตอบโจทย์การแสดงผลภาพ 3 มิติขึ้นสูง ได้ดีกว่ามากกว่าเดิม
2. Intel Turbo Boost tehcnology 2.0 ทาง intel ได้เพิ่มประสิทธิการทำงานของ Core cpu มากขึ้นกว่าเดิม แถมยังประหยัดไฟได้เพิ่มมากขึ้นด้วย ประมาณว่าเป็นอะไรที่ฉลาดๆสุดๆในการประมวลผลของการทำงาน ทำให้คุณทำงานอย่างไม่สะดุดกันเลยทีเดียว
3. Intel Quick Sync Video จากหัวข้อก็ให้แปลตามตัวเลยครับ ทาง Intel ได้ออกแบบการทำงานมาให้การตัดต่อไฟล์วีดีโอ การแก้ไขวีดีโอ การแปลงไฟล์ ทำได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่อย่าลืมนะครับ  ตัวแปรก็อยู่ที่ Harddisk ของเราด้วยครับ (ความเร็วรอบในการอ่าน/เขียน)ผมจะพามาดู Spec ของ 3rd Generation Intel® Core™ i7 Processor ของ Notebook ก่อนนะ
3rd Generation Intel® Core™ i7  Processor
intel-cpu-generation3-1
intel-cpu-generation3-2
3rd Generation Intel® Core™ i5 Processor
intel-cpu-generation3-3
3rd Generation Intel® Core™ i3 Processor
intel-cpu-generation3-5

ต่อมาผมพาไปชม 3rd Generation Intel® Core™ i7 i5 i3 Processor ของ Desktop กันดีกว่า
3rd Generation Intel® Core™ i7 Processor
intel-cpu-generation3-6
intel-cpu-generation3-7
3rd Generation Intel® Core™ i5 Processor
intel-cpu-generation3-8
3rd Generation Intel® Core™ i3 Processor
intel-cpu-generation3-9

หลังจากอ่านกระทู้นี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และแล้วเราก็ออกไปซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่กันดีกว่า T_T เอ๊ะไม่ใช่ ผมอยากจะบอกว่า อย่าไปตามเทคโนโลยีให้มาก เพราะคุณจะเสียตังอีกเยอะ แต่จงใช้เทคโนโลยีของคุณให้เกิดประโยชน์ที่สุดจะดีกว่า

มุมมองของ App Modern UI ใน Windows 8


ลูกเล่นและมุมมองAPP Modern UI และ Windows Desktop ใน Windows 8

Modern-UI-Windows8-1
ในการปรับมุมมองต่างๆบน Windows 8 นั้นมีลูกเล่นมากมายเหลือเกินครับ โดยส่วนตัวผมชอบลูกเล่นนี้มากครับ มันจะสามารถShow App ได้มากกว่า 1-2 โปรแกรม ในหน้าเดียวกันได้ ทำให้คุณสามารถใช้งาน Applications อย่างรวดเร็ว

รูปแบบการแสดงมุมมองของ App ใน Windows 8

1. ให้เราทำการเปิด App Travel ใน Windows 8 ขึ้นมา ปรากฎว่ามันสามารถแสดง App Travel ในหน้าเดียวใช่ไหม แต่ แต่เดี๋ยวก่อน ผมจะทำให้ในหน้าเดียวนั้นแสดงได้ 2 App ในหน้าเดียวกัน
Modern-UI-Windows8-1
2. ในการปรับนั้น ให้เอาเมาส์ไปวาไว้บนสุดของ Apps จากนั้นเราจะเห็นมือในรูป จากนั้นกดคลิกค้างแล้วลากไปซ้ายหรือขวาให้เกือบสุดจอ ตามที่เราต้องการแล้วปล่อยเมาส์ แต่ถ้าเราต้องการปิด App ตัวนี้ให้เราทำการลากจากบน ลงไปด้านล่างให้สุดแล้วปล่อยเมาส์
Modern-UI-Windows8-5

3. ภาพนี้ผมได้ทำการลาก App Travel มาไว้ทางด้านซ้ายมือของเรา
Modern-UI-Windows8-2
4. หลังจากนั้น ผมไปเปิด App xbox music ขึ้นมาอีก ก็จะปรากฎว่า
ในหน้าเดียวผมสามารถมีได้ 2 app ในหน้าเดียวกันแล้วครับ
App Traver : อยู่ทางซ้ายมือ
App xbox music : อยู่ตรงกลาง
Modern-UI-Windows8-4

เป็นไงกันมั้งครับ กับการปรับมุมมองในการดู Application ใน Windows 8 บางคนยังไม่ทราบเลยนะครับว่ามันทำแบบนี้ได้ด้วย
เครดิต : http://www.itithai.com

เปิด Feature Telnet บน Windows 8


เปิด Feature telnet บน Windows 8

Feature Telnet ตัวนี้สาวก admin คงไม่พลาดที่จะเปิดไว้บน windows 8 เป็นแน่ๆ เนื่องจาก command ชุดนี้เอาไว้ตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางเปิด port ไว้อยู่เปล่านั้นเอง แต่User อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับ command ตัวนี้สักเท่าไร ซึ่งหลังจากที่เราลง Windows 8 feature telnet นั้นยังไม่สามารถใช้งานได้ ถ้าเราอยากจะใช้ก็ให้มาเปิดเอาเองนั้นเอง
telnet-windows8-2
ส่วนวิธีการใช้ Command Telnet
C:>telnet [ip server] [port]
เช่น Telnet 10.1010.1 1433 ;
ip = ip server ที่เอาไส้ตรวจสอบ
port = port ที่เอาไว้ในการในติดต่อสื่อสารของคอมพิวเตอร์ อาทิเช่น 1433 port ของ SQL นั้นเอง

วิธีการเปิด Feature Telnet บน Windows 8

1. ใน Windows 8 นี้มชอบตรงนึกอะไรก็ Search ได้เลย อันนี้ผมอยู่หน้า Metro UI จากนั้น Search คำว่า Feature จากนั้นเลือก Settings > เลือกturn Windows feature on or off
แต่ถ้าเข้าทางปกติก็ไปที่ control panel ครับ
telnet-windows8-1

2. จากนั้นให้หา Telnet client จากนั้นติ๊กด้านหน้า จากนั้นกด OK เพื่อทำการติดตั้ง command ชุดนี้
telnet-windows8-2

3. เรียบร้อยครับสำหรับการติดตั้ง Command Telnet บน Windows 8 นั้นเอง
ง่ายไหมครับ สำหรับการติดตั้งในครั้งนี้
เครดิต : http://www.itithai.com