วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ใช้ CPU-Z ตรวจสเปกก่อนทำระบบ no hdd


เคยสงสัยไหมครับว่า เอ เวลาบอกสเปกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะทำระบบ no hdd ให้คนอื่นเห็นว่า ซีพียูเอย เมนบอร์ดเอย รายละเอียดเป็นอย่างไร โมเดลอะไร Front Side Bus เท่าไร แคชเท่าไร รองรับได้หรือเปล่า ใช้อะไรเช็ค (คงไม่มีใครซื้อคอมพ์ประกอบมาแล้วจดรายละเอียดฮาร์ดแวร์ทั้งหมดแปะไว้ข้างเคสใช่ไหมครับ) 

โปรแกรม CPU-Z ที่จะพูดถึงวันนี้ เป็นโปรแกรมโหลดฟรีที่ไว้เช็คข้อมูลฮาร์ดแวร์บนเครื่องได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับวิเคราะห์ก่อนทำระบบ no harddisk มากๆ เลยครับ

ก่อนอื่นไปดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บ http://www.cpuid.com ก่อน
(ตอนที่โพส เวอร์ชั่นล่าสุดเป็น 1.58 ถ้าอยากเร็วก็คลิกลิงค์โหลดโดยตรงที่ ftp://ftp.cpuid.com/cpu-z/cpu-z_1.58-setup-en.exe เลยครับ)
cpu-z01.jpg
cpu-z01.jpg (26.33 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z02.jpg
cpu-z02.jpg (15.21 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z03.jpg
cpu-z03.jpg (13.17 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง


โหลดตัวติดตั้งเสร็จ ก็กดรันไปตามขั้นตอนเลยครับ
cpu-z04.jpg
cpu-z04.jpg (35.36 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z05.jpg
cpu-z05.jpg (53.04 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z06.jpg
cpu-z06.jpg (33.82 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z07.jpg
cpu-z07.jpg (31.63 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง


อันนี้เอาติ๊กออกนะครับ เพราะคงไม่มีใครต้องการ add-on นี้เพิ่มบนบราวเซอร์ตัวเอง
cpu-z08.jpg
cpu-z08.jpg (44.75 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z09.jpg
cpu-z09.jpg (27.15 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z10.jpg
cpu-z10.jpg (33.66 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

cpu-z11.jpg
cpu-z11.jpg (41.13 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง
เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาปุ๊บ จะเห็นแท๊บต่างๆ ที่แสดงข้อมูลฮาร์ดแวร์บนเครื่องอย่างละเอียด (มากๆ)
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจทำระบบ no hdd ครับผม^^
cpu-z12.jpg
cpu-z12.jpg (94.38 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง


นอกจากนี้ยังสามารถ export ข้อมูลออกมาเป็นไฟล์ TXT หรือ HTML เพื่อส่งให้คนอื่น หรือให้ผู้วางระบบอย่างผมมาพิจารณาก่อนทำระบบได้ด้วยครับ แค่ไปที่แท๊บ About แล้วคลิก Save Report แบบที่ต้องการ
cpu-z13.jpg
cpu-z13.jpg (66.94 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง


หน้าตารายงานแบบ HTML ที่เอาไว้ส่งให้คนวางระบบพิจารณาก่อนไปทำจริงได้ครับ
cpu-z14.jpg
cpu-z14.jpg (40.35 KiB) เปิดดู 4018 ครั้ง

โปรแกรม no harddisk


ระบบ Diskless (Nohdd ) คืออะไร
ระบบ Diskless ที่เราใช้ๆกันอยู่นั้นเป็นจริงๆแล้วเป็น ระบบ iSCSI ครับ
iSCSI ย่อมาจาก Internet Small Computer System Interface ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลใหม่ล่าสุดซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มวิศวกรของ IETF (Internet Engineering Task Force) และ Microsoft เป็นระบบมาตรฐานที่ช่วยให้องค์กรสามารจัดเก็บ เรียกใช้และจัดการข้อมูลได้ จากระยะไกลๆ โดยไม่คำนึงถึงสถานที่ ซึ่งเป็นการรับ-ส่งข้อมูลข้ามเครือข่ายด้วยความเร็วที่สูง โดย iSCSI จะอนุญาตให้ ส่งคำสั่ง ( SCSI Command) ซึ่งถูกห่อหุ้มไว้ ผ่านแพ็กเก็ต TCP/IP ซึ่งเป็นโปรโตคอลหลักของระบบเน็ตเวริ์กที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้
iSCSI คือ SCSI ทำงานอยู่บน TCP/IP นะครับมันคือ Interface ที่ใช้เชื่อมต่อไปยัง Disk Storage ครับ interface ของมันก็คือ IDE หรือ SATA สรุปก็คือ iSCSI คือ interface ชนิดหนึ่ง
ระบบ Diskless คือการใช้งาน Harddisk จำลอง จาก Server นั้นเอง โดยแบ่งได้ 2 แบบคือ
1.1 ระบบ Diskless LanDisk หรือ SAN Technology คือการใช้งานพื้นที่ Harddisk ผ่านเครือข่ายเน็ตเวริ์ก ครับ ซึ่งระบบสามารถนำมาประยุกกับร้าน InternetCafe ได้ง่ายๆแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติมสามารถใช้ความเร็ว 10/100 ได้สบายๆ แต่ถ้าเกิดมีการใช้งานพร้อมๆกันอาจจะช้าได้ แต่อยู่ในขั้นที่ใช้งานได้ไม่มีปัญหาครับ
1.2 ระบบ Diskless NoHDD เป็นการใช้งาน Harddisk จำลองผ่านเครือข่ายเน็ตเวริ์ก เหมือนกับ Landisk แต่ มีการใช้งานทั้งหมดผ่าน Server โดยตรงทุกอย่างจะ Boot ผ่าน Lan ทั้งหมด ขึ้นตอนการทำงานขะเริ่มมาจาก ROM บน LAN Card เรียกไฟล์ต่างๆจาก Server เพื่อ Boot เข้า XP
ความแตกต่างระบบ NO-HDD กับมี HDD
ข้อดีของ NO-HDD
1. เครื่องลูกไม่จำเป็นต้องใส่ HDD เรา Boot Windows ผ่าน ระบบ Network
2. ติดตั้ง Programs , Game ,Patch Game เพียงแค่เครื่องเดียว
3. ไม่ต้องใช้ โปรแกรม Undo ,Undo card เพราะเมื่อ Restart ข้อมูลทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม
4. เครื่องลูกไม่ต้องใช้ HDD ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องลูกค้า Restart เครื่องบ่อยๆ
5. ใช้งานง่ายสะดวกประหยัดเวลา
6. สามารถ Rollback ข้อมูลกลับได้ถ้าเกิดติดไวรัส
7. ประหยัดไฟ
ข้อเสียของ NO-HDD
1. ต้องใช้ระบบ Gigabit ถึงทำงานได้รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่ไม่มาก
2. ต้องลงทุนซื้อ Server ปกติร้านใหม่ก็เอาค่า HDD เครื่องลูกที่ไม่ต้องซื้อมาทดแทนกัน
3. ถ้า Server มีปัญหาจะเล่นไม่ได้ทั้งร้าน (แต่ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากครับแค่ ทำ RAID1 หรือ Raid mirror ซึ่ง HDD จะมีหน้าที่เป็น backupให้ทันทีกรณีที่ hdd ตัวใดตัวหนึ่งเสีย หลักการเดียวกับ webhosting ที่ทำกันมานาน )
ข้อ ดีของ HDD
1. เป็น Standalone มีปัญหาเป็นเครื่องๆไป
2. นอกนั้นก็คงรู้ๆกัน
ข้อเสียของ HDD
1. ต้องลงโปรแกรม Undo ซึ่งจะทำให้เครื่องอืดเพิ่มขึ้น
2. เสียเวลาลงเกมส์ Update Patch
3. ลูกค้ากด Restart บ่อยๆ HDD พังง่าย
4. ถ้าร้านไฟตกบ่อยๆ HDD พังง่าย
5. HDD ต้องใช้ไฟเพิ่ม
6. ต้องเสียเวลามานั่ง Ghost กว่าจะได้แต่ละเครื่อง 1-2 ชั๋วโมง (Nohdd ไม่ต้อง)

ข้อมูลประกอบการพิจารณาติดตั้งระบบ Diskless
หลายคนอาจจะสนใจระบบ Diskless กัน แต่อาจจะไม่ค่อยเข้าใจถึงระบบชัดเจนนัก เนื่องจากแต่จะเจ้ามักจะพูดถึงข้อดี มากกว่า ข้อเสีย
และพยายามจะปิดบังข้อด้อย โดยจะบอกว่า pm มาคุยนะครับ ไม่กล้าจะบอกออกมาตรง ๆ ผมในฐานะผู้ที่ค้นคว้าและวิจัยระบบนี้มา
ปีกว่า จะนำข้อมูลต่าง ๆ มานำเสนอเป็นข้อมูลนำไปพิจารณา เพื่อให้ท่านที่สนใจ ได้มีข้อมูลในหลาย ๆ ด้านมากขึ้น
ระบบ Diskless นั้น จะมีส่วนประกอบสำคัญๆ ด้วยกันอยู่ 4 ส่วนคือ
1. เครื่อง Server รวมถึง HDD บนเครื่อง Server
2. ระบบเครือข่าย Network
3. เครื่องลูกข่าย
4. Software จัดการระบบ Diskless
ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่ติดตั้งระบบ Diskless นั้น จะจำหน่ายและติดตั้งเฉพาะข้อ 4 เพียงอย่างเดียว ส่วน 1-3 นั้นขึ้นอยู่กับทางลูกค้าจัดหาเอง
ดังนั้น ก่อนจะติดตั้งระบบ Diskless นั้น จะต้องพิจารณาโดยรวมทั้ง 4 ส่วน เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น และไม่มีปัญหาในอนาคต
1. ระบบ Server และ HDD
ความเร็วของ Server และ HDD จะต้องเพียงพอต่อจำนวน ลูกข่ายที่รองรับ ตัว Server นั้นจะต้องมีความเร็ว CPU ที่เพียงต่อ เนื่องจากว่า
ระบบ Diskless นั้น จะทำงานผ่านเครือข่าย Gigabit มีการ Transfer ข้อมูลที่สูง ในระดับ 100Mbps-1Gbps ต่างกับระบบแยกเน็ต
แยกเกมส์ ที่วิ่งสูงสุดก็ไม่เกินระดับ 10Mbps ดังนั้น CPU จะต้องมีความเร็วเพียงพอด้วย
ต่อไปเรื่อง HDD ซึ่งเป็นหัวใจหลักอีกอย่างนึงของระบบ แรกๆ ผู้ขายมักจะบอกว่า ใช้ HDD อะไรก็ได้ ธรรมดาก็ได้ เพราะแรก ๆ HDD ยัง
ใหม่อยู่ จึงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในระยะยาว มันไม่ดีแน่นอน การใช้ HDD มาทำระบบ Diskless นั้นควรจะใช้รุ่นที่เป็น Enterprise หรือ
รุ่นที่มีความทนทานสูง และมีความเร็วเพียงพอรองรับการใช้งานของเครื่องลูกทั ้งหมดได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น การระบายความร้อนให้กับ
HDD จะต้องดีด้วย เนื่องจากว่า HDD เวลาทำงานหนัก จะมีความร้อนที่สูง เป็นเหตุทำให้ HDD เสีย และเป็นต้นเหตุของ Server ล่ม
ทำให้มีปัญหาต้องปิดร้านได้
2. ระบบ Network
แน่นอนว่า ระบบ Network นั้นจะต้องมีความเร็วเพียงพอ ต่อความต้องการใช้งาน และไม่ทำให้เกิดคอขวด อย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบดี
รวมถึง ระบบ LAN Card บนตัว Server สายที่ใช้ในการติดตั้งระบบ อุปกรณ์ Switch จนกระทั่ง LAN Card บนตัว Client ซึ่งจะต้อง
พิจารณารวมทั้งหมด และแนะนำว่า จะต้องใช้ Gigabit เท่านั้นครับ หลายคนอาจจะบอกว่าใช้กับ 10/100 ก็ได้ไม่มีปัญหา
แต่ผมบอกตรง ๆ เลยครับ ว่า Gigabit เท่านั้น ถ้าใช้ 10/100 รับประกันได้เลยว่า คู่แข่งแย่งลูกค้าไปหมดแน่ๆ
3. เครื่องลูกข่าย
เครื่องลูกข่ายนั้น ในเรื่องของ ram , cpu ก็จะมีผลต่อความเร็วระบบด้วยเหมือนกัน และควรจะเป็น สเปคเดียวกันหมด มีหลายคำถาม
ถามว่า ถ้าหลายสเปคทำได้ไหม คำตอบก็คือ ทำได้ครับ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับแต่งตัว Windows หรืออาจจะใช้แบบแยก
ต้นฉบับ ก็แล้วแต่เทคนิคของแต่ละรายไป ซึ่งต้องเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละแบบให้ชัดเ จนด้วย แต่แนะนำว่า ควรจะสเปค
เดียวเหมือนกันหมด
4. Software จัดการระบบ Diskless
ตัว Software ระบบ Diskless นั้น จะทำหน้าที่ จัดการข้อมูลระหว่าง Server ไปยังเครื่อง Client ซึ่งก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับ
ลูกเล่น และความสามารถต่าง ๆ ความง่าย ความสะดวกในการใช้งาน รวมถึง การรองรับ H/W ในแต่ละแบบ ความยืดหยุ่นในการ
คอนฟิก นอกเหนือจากตัว Software Diskless แล้ว ยังรวมถึง เทคนิควิธีการ ในการปรับแต่งตัว Windows เพื่อทำให้ระบบเร็วขึ้น
และการปรับแต่งจะต้องไม่มีปัญหากับเกมส์ โปรแกรมคุมร้าน และ อัพเดท แก้บั๊ก ต่าง ๆ ของ Windows ได้
ระบบ Diskless นั้น จุดประสงค์ คือ ความง่ายในการจัดการ ไม่ได้มีเพื่อลดค่าใช้จ่ายในเรื่องลิขสิทธิ์แต่อย่าง ใด เรื่องลิขสิทธิ์นั้น
จะต้องซื้อครบตามจำนวนเครื่อง เหมือนกับมี HDD ทุกอย่าง
ระบบ Diskless นั้น ถ้าหาก Server มีปัญหาก็จะทำให้เครื่องลูก ใช้งานไม่ได้ไปด้วย ผู้ที่ใช้ระบบ Diskless จึงควรจะมีแผนรองรับ
ตรงส่วนนี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือก Server ที่มีคุณภาพ การสำรองอุปกรณ์หรืออะไหล่ไว้ หากเกิดมีปัญหา เป็นต้น
นอกจากระบบ Diskless แล้ว ยังมีระบบอื่น ๆ เช่น ระบบ ipat, deploy system, หรือระบบ Share Drive ซึ่งยังคงมี HDD อยู่ใน
เครื่องลูก แต่จะมี Software มาช่วยในการจัดการระบบข้อมูล เพื่อให้ง่ายขึ้น
ทุกระบบต่างก็มีข้อดี ข้อเสีย ครับ ควรพิจารณาให้ดี และวางแผนรองรับ และมองค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งระบบ
ไม่ใช่แค่ค่า Software อย่างเดียว จะได้วางแผนหาระยะเวลาจุดคืนทุน ให้เหมาะสมกับเงินที่ได้จ่ายไปครับ
*ต้องเปลี่ยนกาดแลน1gเพิ่งลงไปทุกเครื่อง เปลี่ยน สวิตเป็น 100/1000

วิธีดูแลรักษา Inkjet Printer


วิธีดูแลรักษา inkjet printerวิธีดูแลรักษา Inkjet Printer ให้อยู่กับเรานาน ๆ
 Inkjet Printer ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้น ทราบหรือไม่ว่ามีลักษณะของหัวพิมพ์ที่แตกต่างกันอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีหัวพิมพ์อยู่ที่ตัวเครื่อง เช่น Epson กับประเภทที่หัวพิมพ์อยู่ในตลับหมึก เช่น Hewlett Packard ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้มีวิธีดูแลรักษาที่ต่างกันด้วย มาดูเทคนิคกันครับ

1. ดูแลหัวพิมพ์ของ printer ให้สะอาดอยู่เสมอ
การเอาใจใส่เรื่องการรักษาความสะอาดหัวพิมพ์ของ printer เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันของหัวพิมพ์ได้ บ่อยครั้งที่มีน้ำหมึกบางส่วนตกค้างแล้วไหลไปจับกันเป็นคราบที่บริเวณส่วนปลายของหัวพิมพ์ แล้วทำให้ ออกอาการแปลก ๆ หรือสีเพื้ยน วิธีแก้ไขอย่างง่ายคือ นำตลับหมึกออกมาจากprinterแล้วค่อย ๆ เช็คดทำความสะอาดบริเวณหัวพิมพ์ด้วย cotton buds ห้ามใช้กระดาษชำระและแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด จากนั้น นำตลับหมึกใส่เข้าไปในช่องของ printer แล้วดึงออกมา การรักษาความสะอาดของหัวพิมพ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้งานพิมพ์ให้ได้ปริมาณมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
2. ซื้อ Printer มาใช้ก็ใช้บ้าง
Printer ทุกตัวสามารถป้องกันปัญหางานพิมพ์ไม่ได้ดังใจด้วยการหมั่นใช้งานมันบ่อย ๆ หรืออย่างน้อยใช้ พิมพ์งานทั้งสีและขาว-ดำบ้าง เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้หมึกแห้งเป็นคราบติดอยู่ภายในท่อฉีดน้ำหมึก คำแนะนำคือ ควรเปิดเครื่อง printer สัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้หัวพิมพ์ฉีดหมึกใหม่เข้าไปไล่หมึกเก่า ป้องกันปัญหาการอุดตันของหมึก

3. การเก็บรักษา Printer เมื่อไม่ได้ใช้งาน
ควรมีผ้าคลุมกันฝุ่น printer ไว้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้ามาในกลไล สำหรับ printer ที่มีหัวพิมพ์อยู่ที่ตัวเครื่อง จะต้องมีตลับหมึกติดอยู่ในเครื่องเสมอ ถึงแม้จะมีหมึกอยู่ไม่ก็ตาม เพราะการนำตลับออกจะเป็นการเปิดให้อากาศเข้าไปทำให้ท่อทางเดินน้ำหมึกแห้ง ส่วนประเภทที่หัวพิมพ์อยู่ในตลับหมึก ให้นำตลับหมึกออกมาไว้ในถุง Zip-lock หรือถุงพลาสติกแล้วปิดป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไป

4. รักษาสุขภาพของ Printer ให้ดี
การหมั่นกำจัดเศษกระดาษและฝุ่นผงทั้งหลายด้วยการเป่าเศษผงและฝุนออกด้วยเครื่องเป่าลมธรรมดา ๆ (ไม่ใช่เครื่องเป่าผม) จะช่วยให้ Printer ของเราสามารถป้อนกระดาษได้อย่างไม่ติดขัด

5. อย่าให้หัวพิมพ์อุดตัน
หัวพิมพ์ประกอบด้วย nozzle ซึ่งเป็นท่อฉีดน้ำหมึก เมื่อเกิดการอุดตันจะทำงานพิมพ์ขาดความคมชัด หรือมีลายเส้น ๆ วิธีแก้ไขคือให้เรียกใช้โปรแกรมสำหรับตรวจสอบ และทำความสะอาดหัวพิมพ์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตอนที่เราติดตั้ง driver ซึ่งจะมีคำแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ อยู่แล้ว

6. การทำความสะอาดลูกกลิ้งหมุนกระดาษ (Roller)
นำกระดาษหนา ๆ ที่สามารถซับน้ำได้ดี แล้วฉีดน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียให้หมาด ๆ แล้วป้อนเข้าไปใน printer และ feed กระดาษออกมา ทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ 2-3 ครั้ง แล้วจึงใช้กระดาษธรรมดาป้อนเข้าไปและ feed ออกมาเพื่อซับลูกกลิ้งหมุนกระดาษให้แห้ง เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยล้างหมึกและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ได้แล้ว

7. ปิดเครื่องด้วย switch ของ printer ก่อนถอดปลั๊กไฟ
การปิดเครื่องด้วย switch ของ printer จะทำให้printerมีการทำความสะอาดหัวพิมพ์และเก็บตลับหมึกเข้าที่ก่อนตัดไฟเข้าเครื่อง จึงเป็นการทำให้ printer ถูกปิดลงอย่างถูกต้อง การถอดปลั๊กไฟหรือปิด switch ปลั๊กไฟโดยไม่ปิดด้วย switch ของ printer จะทำให้เสียได้ง่าย

8. หมั่น update driver และ software ของprinterอยู่เสมอ
เพราะ software (รวมไปถึง driver) ใหม่ ๆ จะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจาก version ก่อน ๆ และในบางครั้งก็มี features ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอีกด้วย

9. ไม่ควรนำหมึกคุณภาพต่ำมาเติม
แน่นอนครับ ถึงจะพิมพ์งานออกมาได้จริง แต่จะทำให้ตลับหมึกอุดตันเร็วขึ้น และอาจทำให้หัวพิมพ์เสียหายอีกด้วย

10. ควรเปลี่ยนน้ำหมึก เมื่อมีการเตือนหมึกหมด
หลายคนยังฝืนที่จะพิมพ์ต่อ ถึงแม้ว่า driver ของ printer จะขึ้นเตือนว่าหมึกหมดแล้วก็ตาม กรณีหมึกสีหมด หากยังฝืนพิมพ์งาน ขาว-ดำต่อ แม้ว่าหมึกสีจะไม่ได้ใช้ แต่ความร้อนที่หัวพิมพ์ยังคงมีอยู่ ยิ่งเราฝืนพิมพ์ จะทำให้หัวพิมพ์มีความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เครื่องพิมพ์เสียหายได้

ขอขอบคุณข้อมูลสาระน่ารู้จากวารสาร Pantip Guide ฉบับที่ 55 http://www.pantipplaza.com

แปลงไอโฟนเป็น มินิ โปรเจ็กเตอร์


ชาวไอโฟนทุกท่านโปรดทราบ

iPhone Mini Projector dockวันนี้จะมาแนะนำอุปกรณ์เสริมที่จะทำให้ไอโฟนของเรา สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นโปรเจ็กเตอร์ (Projector) ซึ่งจะทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการโอนย้ายข้อมูลแต่อย่างไร เพียงแค่คุณมี iPhone mini projector dock จาก Sparkz เพียงแค่เชื่อมต่อเข้ากับไอโฟนของคุณ แค่นี้ก็ทำให้เราสามารถถ่ายทอดภาพหรือวีดีโอที่เราต้องการได้แล้วครับ
มาดูความสามารถของเจ้าอุปกรณ์เสริม โปรเจ็กเตอร์กันชัดๆ
?

คุณสมบัติของ iPhone Mini Projector dock

  • แสดงผลความละเอียด 640 x 480
  • ความสว่าง 15 lumens
  • อายุของหลอด LED 50,000 ชั่วโมง
  • แบตเตอรี่ Lithium แบบชาร์ต
นอกจากนี้ ยังมีขาตั้งหรือ Tripod เสริมในการใช้งานอีกด้วย

วิธีต่อฮาร์ดดิสก์ มากกว่า 1 ตัว ผ่าน Jumper


สำหรับคนที่ต้องการต่อฮาร์ดดิสก์เพิ่ม

สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Desktop คงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าต้องการพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์เพิ่มโดยการต่อเพิ่มอีกสัก 1-2 ลูก แต่ก่อนอื่น เราจำเป็นต้องมาศึกษาเกี่ยวกับ Jumper ของฮาร์ดดิสก์ก่อนว่า มีความเกี่ยวข้องกับการติดตั้งฮาร์ดดิสก์เพิ่มอย่างไร

Jumper คืออะไร

Setup Harddisk Jumper


จัมเปอร์ คือแผ่นพลาสติกเล็กๆ ที่ใช้สำหรับการกำหนดว่าจะให้ ฮาร์ดดิสก์นั้นๆ เป็นฮาร์ดดิสก์แบบไหน เช่น แบบ Master หรือฮาร์ดดิสก์หลัก และ แบบ Slave หรือฮาร์ดดิสก์ตัวรอง โดยปกติแล้ว ถ้าเรามีฮาร์ดดิสก์เพียงลูกเดียว ก็จะต้องกำหนดเป็น Master

การเสียบจัมเปอร์เข้ากับฮาร์ดดิสก์

Harddisk Port

ถ้าเรายกฮาร์ดดิสก์ออกมา จะพบว่าที่ช่องด้านบนจะมีช่องให้เสียบหลายๆ ช่อง ช่องตรงกลาง ระหว่าง ช่องสัญญาณ กับช่องสำหรับต่อสายไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์? คือช่องสำหรับกำหนดจัมเปอร์ จะมี 8 แท่ง การเสียบจะเสียบเป็นคู่ คือ 1 คู่กับ 2? หรือ 3 คู่กับ 4 เป็นต้น
  • กำหนดเป็น Master?ให้เสียบช่อง 7 และ 8?? (เพื่อกำหนดให้เป็นฮาร์ดดิสก์สำหรับการ boot)
  • กำหนดเป็น Cable Slave ให้เสียบช่อง 5 และ 6 (เพื่อให้คอมพิวเตอร์เลือกเองว่า ตัวไหนเป็น Slave
  • กำหนดเป็น?Slave ไม่ต้องเสียบช่องใดๆ เลย? (เพื่อกำหนดให้เป็นฮาร์ดดิสก์ ตัวรองเสมอ)
หลังจากการกำหนดว่าฮาร์ดดิสก์ตัวใดเป็นหลักหรือมาสเตอร์แล้ว และกำหนดตัวฮาร์ดดิสก์รองแล้ว เราสามารถนำไปต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ทันที โดยจะต้องต่อสาย 2 เส้นคือสายแพ (มีลักษณะเป็นสายแผ่นบางๆ) และสายไฟสำหรับเลี้ยงฮาร์ดดิสก์

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วย Hiren BootCD


สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บ่อยๆ คงคุ้นเคยกันบ้างแล้วสำหรับ Hiren BootCD แต่สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยจะรู้จัก Hiren BootCD สักเท่าไหร่ วันนี้เรามี เคล็ดลับดีๆในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วยเครื่องมือดีๆ ซึ่งรับรองว่าสามารถแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ของคุณได้แทบทุกปัญหาอย่างแน่นอน เครื่องมือสำหรับใช้แก้ปัญหาที่ว่านี้ก็คือ Hiren BootCD เครื่องมือที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์นิยมให้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากที่สุดตัวหนึ่ง มาทำความรู้จักกันสักหน่อยสิว่า Hiren BootCD นั้นคืออะไร
Hiren BootCD เป็นแผ่นที่ใช้สำหรับ Boot เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ อาทิเช่น เครื่องติดไวรัส หรือมีปัญหาอื่นๆ แม้กระทั่ง  Windows ไม่ทำงาน Hiren BootCD ก็สามารถแก้ปัญหาให้คุณได้ ด้วยการ Boot จากแผ่นนี้ แทนที่จะเข้าสู่โหมด Windows ก่อน  โปรแกรมส่วนใหญ่ที่มาพร้อมกับแผ่น Hiren BootCD ล้วนแล้วแต่เป็น Freeware ซึ่งแน่นอนว่าคุณสามารถใช้งานได้ฟรี  มาดูความสามารถในการทำงานกันบ้างดีกว่าว่า Hiren BootCD สามารถทำอะไรให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้บ้าง
-          ตรวจสอบและกำจัดไวรัสด้วย  Antivirus Tools
-          มีเครื่องมือในการช่วยแบ็คอัพข้อมูลอย่าง Backup Tools
-          จัดการ BIOS ด้วย  Bios CMOS Tools
-          จัดการไฟล์และท่องโลกอินเตอร์เน็ตด้วย  Browser & File Manager
-          จัดการไฟล์ขยะที่มีอยู่ในเครื่องด้วยเครื่องมือ Cleaners
-          แก้ไขและจัดการ Files Systems Tools
-          แก้ไขและจัดการ Editor Tool ด้วยโปรแกรม Editors / Viewers
-          เครื่องมือจัดการ Hard Disk
-          แก้ปัญหาการ Boot โดย MBR Tools
-          จัดการระบบ DOS โดย MS DOS Tools
-          Network Tools จัดการระบบเครือข่าย
-          Optimizers ปรับปรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
-          Partition Tools ใช้สำหรับจัดการแบ่ง Partition บนดิสก์
-          เครื่องมือในการจัดการ รหัสผ่าน (Password Tools)
-          จัดการเรื่อง process ด้วย Process Tools
-          แม้กระทั้งต้องการกู้ไฟล์เดิมคืนก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงใช้ Recovery Tools
-          เครื่องมือสำหรับจัดการกับข้อมูลที่เป็นความลับ (Security / Encription Tools)
และอื่น ๆ อีกมากมาย Hiren BootCD นับว่าเป็นการรวมเอาโปรแกรมในการจัดการกับปัญหาของเครื่องคอมพิวเตอร์มารวมเอาไว้ในแผ่นๆ เดียว และเป็นการรวมโปรแกรมเอาไว้มากที่สุด  ในกรณีที่ยังไม่มีแผ่น Hiren BootCD คุณสามารถ download ได้ที่ http://www.hirensbootcd.org/download/  ไฟล์อาจจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และใช้เวลาในการ download ค่อนข้างนาน เนื่องจากมีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมาก  สำคัญที่สุด เมื่อทำการ download เสร็จแล้ว ควรไรท์เก็บในแผ่น CD ก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้งานได้
สำหรับวิธีการใช้งานแผ่น Hiren BootCD มีดังนี้
ใส่แผ่น Hiren BootCD และ Restart Windows กดปุ่ม ESC, F2, F9 หรือคำสั่งใดๆ ก่อนเข้า Windows เพื่อให้เกิดการ boot จากแผ่น CD ก่อน และทำตามคำสั่งที่ขึ้นตามหน้าจอ  สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งาน Hiren BootCD ล่ะก็ แนะนำให้ศึกษาวิธีการใช้งานอย่างระมัดระวัง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจส่งผลต่อการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์คุณเป็นอย่างมาก เช่น อาจทำให้ข้อมูลสำคัญๆ หายไปโดยไม่รู้ตัว หากใช้งานอย่างไม่ถูกวิธี จึงไม่ค่อยแนะนำให้มือใหม่หัดซ่อมคอมทดลองใช้สักเท่าไหร่ เพราะดูค่อนข้างจะเสี่ยงพอสมควร แต่หากต้องการใช้ล่ะก็ ควรมีการสำรองข้อมูลเอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูล มิเช่นนั้นแล้ว คุณอาจต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง เมื่อข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณหายไป


เครดิตบทความ: http://viruscom2.com/2012/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-hiren-bootcd/

โปรแกรมแปลงไฟล์ Total Video Converter สุดยอดโปรแกรมแปลงไฟล์


โปรแกรมที่หลายคนต้องรู้จักกันแน่นอนครับด้วยความสามารถที่เปี่ยมล้นและมาคราวนี้มาพร้อมความสามารถใหม่ๆอีกมากมายที่จะทำให้เราสามารถแปลงไฟล์ ภาพเคลื่อนไหวและไฟล์เสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะแปลงได้หลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นการแปลงไฟล์วีดิโอลงอุปกรณ์อื่นเช่น 3gp, mp4,psp,ps3ipod,ipad,iphone และอีกมากมายซึ่งก็สามารถแปลงให้เป็น VCD หรือ DVD รวมไปถึงเครื่องเล่นอย่าง xbox 360 ด้วย
ความสามารถใหม่ๆกับ Video Converte4 v3.60
- สามารถตัดต่อเบื้องต้นได้โดยแสดงลักษณะแบบเฟรมต่อเฟรม(ละเอียดมากนั้นเอง)
- ไฟล์ FlashVideo (.flv) นั้นรองรับแล้วบน Window 7
- ไฟล์ FlashVideo (.flv) รองรับการแปลงเป็น MP4
- รองรับไฟล์และปรับไฟล์วิดีโอตระกูล Mts,M2TS,avi,rm
- รองรับความเสียง 16k แบบ Nelly Moser audio
ความสามารถที่มาอยู่แล้วกับ v3.50
- แปลงไฟล์วีดิโอเป็นไฟล์ AVCHD ซึ่งสามารถใช้กับเครื่อง PS3และเครื่องบลูเรย์ได้ และก่อยังสามารถแปลงไฟล์HD และ AVCHD (.mts,.m2ts,.ts)ซึ่งสามารถแปลงกลับเป็นไฟล์สกุลอื่นเช่นกัน
แปลงไฟล์ HD เช่น .H264 TS,Mpeg-2,WMV-HD,MKV-HD,DivX-HD,Xvid-HD,MOV-HD และ MP4-HD – แปลงไฟล์ และ สร้างแผ่น WMV-HD ลง DVD ซึ่งสามารถเล่นบน xbox360ได้(โอ้วสบาย)
- สามารถแปลงไฟล์เป็นแผ่น DivX-DVD ซึ่งเป็นไฟล์ขนาดเล็กกว่าและสามารถเล่นบนเครื่องเล่นที่รองรับไฟล์ตระกูลนี้ได้
- มาพร้อมกับเครื่องมือบันทึกวิดีโอเวลาเล่นเกมด้วย(เด็ดมากๆ)

ความสามารถหลักๆที่มีอยู่แล้วในตัวเวอร์ชั่นเก่าๆ
-          สามารถแปลงไฟล์วิดีโอทั้งไฟล์วิดีโอในมือถือและไฟล์เสียง เช่น (mp4, 3gp, xvid, divx mpeg4 avi, amr audio) ซึ่งมักใช้ ในมือถือ PDA, PSP, iPod, iPhone, Xbox360, PS3 อื่นๆ
-          สามารถแสดงสไลด์โชว์แบบหลากรูปภาพประกอบกับไฟล์เสียงซึ่งมีมากกว่า300รูป Transitio(ตัวเชื่อมเวลาตัดต่อไฟล์วีดิโอ)
-          แปลงไฟล์ MPEG สามารถรองรับได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น DVD/SVCD/VCD
-          สามารถ rip DVD ให้เป็นไฟล์สกุลต่างๆได้
-          แปลงไฟล์วีดิโอให้กลายเป็นไฟล์เพลงได้หลายสกุล (mp3,ac3,ogg,wav,acc)
-          สามารถทำการแปลง CD มาเป็นไฟล์เสียงได้เลย
-          สามารถจับไฟล์เสียงและวีดีโอมาไว้ด้วยกันได้

มาดูรีวิวกันดีกว่าครับ
Total converter นั้นเป็นโปรแกรมจากบริษัท EffectMatrix เป็นหนึ่งในโปรแกรมแปลงไฟล์วีดีโอสุดยอดทั้งประสิทธิภาพและ ค่าตัว 40เหรียญประมาณ 1200 บาทไทยซึ่งเราได้นำไว้ใน 1ใน 10อันดับโปรแกรมแปลงไฟล์สุดยอกของเราเลยแต่อย่างไรก็ตามนั้นเราจะด่วนสรุปตัดสินใจไม่ได้เลยนะครับท่านผู้อ่านต้องมาดูทั้งความสามารถและการใช้งงานของเจ้านี่กันก่อนดีกว่า

ด้านที่ 1 ความสามารถในการรองรับไฟล์ที่สามารถแปลงได้ Input file อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
สำหรับ Total video Convert นั้นด้วยความสามารถอย่างที่หลายคนรู้กันที่สามารถรองรับไฟล์หลักๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นไฟล์สกุล WMV(Window media player) , AVI ,MOC(Quick time), RM (RealMedia), และ VOB (DVD) และไฟล์จาก Youtube หรือ Flash FLV นั้นเอง
ซึ่งเราสามารถนำไปแปลงได้หลายอย่างด้วยการรองรับไฟล์ที่ลหากหลายนั้นเองจะทำให้เราสามารถที่จะทำการแปลงไฟล์ DVD ให้เป็น mini DVD ก็ได้ หรือว่าจะแปลงไฟล์ เสียงจากไฟล์หนึ่งเพื่อไปรวมกับไฟล์วีดีโออีกไฟล์หนี่งก็ย่อมได้ซึ่งนอกจากนี้ยังสามารถที่จะนำไฟล์หนังที่เราชื่นชอบไปแปลงเป็นไฟล์ตระกูลเครื่องเล่นพกพาเพื่อนำไปดูข้างนอกได้อีกด้วย

ด้านการแปลงไฟล์ออกไปเพื่อใช้ในนามสกุลอื่น (out put file) : เกณฑ์ดีเยี่ยม
ต้องบอกเลยว่าคราวนี้ Total Video Converter นั้นไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆเพราะว่าการปรับปรุงเป็น v3.60นี้ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านอินเตอร์เฟสที่มีการแบ่งประเภทอุปกรณ์ที่รองรับอย่างเช่นปุ่ม Mobile ที่สามารถในการแปลงไฟล์แบบรวดเร็วและง่ายดายได้อย่างมีประสิทธิภาพได้แถมยังเหมาะกับผู้ใช้มือใหม่อีกด้วยนะครับ
 
เห็นได้ว่าโปรแกรมง่ายต่อการใช้งานด้วยรูปภาพที่บอกว่าเราจะสามารถนำไฟล์ที่แปลงไฟใช้กับอะไรได้เลยนั้นเองครับ
การบอกความก้าวหน้าในการแปลงไฟล์ก็เป็นเรื่องสะดวกอย่างหนึ่งอีกทั้งยังมีโหมด BACK GROUND CONVERTING ที่ทำให้เราสามารถนำโปรแกรมไปทำงานบนพื้นหลังเพื่อไม่ให้ขึ้นมารกบนหน้าจอเราได้ด้วย
ความสามารถ : ดีเยี่ยม
ถึงแม้ว่าทางโปรแกรมนั้นจะมีการรองรับเครื่องเล่นต่างๆอยู่แล้วแต่ว่าในส่วนของการตั้งค่านั้นต้องบอกเลยว่ายุ่งยากพอสมควรเพราะเราต้องลงมือตั้งค่าเองเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นขนาดไฟล์ความละเอียดของหน้าจอ ซึ่งเราจะเห็นจุดบอดในด้านการรองรับการแปลงไฟล์ออกมาเป็นนามสกุล ของ Real Player และ Vob ของ DVD ได้อย่างชัดเจน
ซึ่งในส่วนของโปรแกรม Total Video converter นั้นเนี่ยสามารถที่จะแปลงไฟล์ได้คราวละหลายไฟล์ Batch file นั้นเองซึ่งในส่วนของการตั้งค่านั้นเราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนในส่วนของ resolution, video and audio codices, video and audio bitrate, sample rate, framerate และเลือกที่จะเอาเฉพาะไฟล์เสียงออกมาก็ได้
และที่สำคัญเราสามารถที่จะแปลงแล้วทำการ burn หรือ คัดลอกลงแผ่น CD DVD SVCD VCD ได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมอื่นๆแต่อย่างใด
(ความสามารถในการปรับเปลี่ยนส่วนต่างที่เรียกได้ว่าละเอียดมากเลยทีเดียว)
และนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าถึงงแม้ว่าโปรแกรมอื่นๆนั้นจะมีการใช้ความสามารถใหม่ๆเข้ามาแต่ว่าสำหรับ Total Video Converter นั้นกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปเพราะผู้ใช้จะสามารถควบคุมการแปลงไฟล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นการแปลงนามสกุลไฟล์ การตั้งค่าการแปลงในส่วนของความละเอียด อัตราส่วนการแสดงผล รูปแบบการแสดงผลไม่ว่าภาพและเสียง การรวมไฟล์เข้าด้วยกัน จะมีก็เพียงแต่การปรับเปลี่ยน ความสว่าง(Brightness) ค่าความเข้มแสง(Contrast)และ ค่าEffect ของวีดิโอเท่านั้น

การนำไปใช้จริง : เกณฑ์ดี
พอมาถึงการใช้จริงกันบ้างนะครับพอมาถึงการใช้จริงนั้นกลับพบปัญหาในส่วนต่างๆเช่นเมื่อเราพยายามที่จะแปลงไฟล์วีดีโอสักตัวนึงแต่เมื่อพบกับไฟล์ที่โปรแกรม Total Video converter Tool ไม่สามารถรองรับได้นั้นโปรแกรมกลับทุกตั้งให้งอลผู้ใช้ด้วยการ ยกเลิกกระบวนการทั้งหมดและปิดตัวเองไปซะเฉยๆ (งอลทำไมฟะใช้ว่าได้มาฟรี 1200 บาทเชียวนะ)และนอกจากนี้ยังมี Total FLV Sniffer ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เอาไว้ให้เราดึงไฟล์ flv จากเว็บมาได้เลยไม่ว่าจะเป็น Youtube หรือเว็บไรก็ตามแต่ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเราพบว่ามันไม่ได้ใช้การได้เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไหร่นักเพราะเมื่อไปใช้จริงแล้วก็มักจะไม่สามารถดึงไฟล์อะไรมาได้เลย(เนื่องจากปัจจุบันไฟล์ใน YOUTUBE.com นั้นติดลิขสิทธ์เกือบทั้งหมด)ทำให้เครื่องมือนี้ไร้ประโยชน์ไปโดยปริยายแถมเมื่อถามไปยังบริษัทผู้ผลิตกลับไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจนัก

ส่วนการช่วยเหลือและสนับสนุน : แย่
โชคร้ายสำหรับผุ้ใช้ที่เมื่อเปิดไปเจอกับการช่วยเหลือที่มีน้อยเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคู่มือการใช้งานที่มีอะไรบอกเราน้อยละเกิน ซึ่ง เราจะพบเพียงแค่คู่มือเล็กๆโง่ๆที่บอกเราถึงการใช้โปรแกรมลวกๆปัญหาและการแก้เล็กๆและ อีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ทาง Yahoo ซึ่งไม่เคยสามารถที่จะตอบเราได้จริงๆซะทีเพราะอย่างปัญหาเรื่อง Sniffer Tool นั้นเมื่อส่งไปแล้วอีกนานหลายวันกว่าจะตอบและคำตอบก็ไม่ได้เป็นที่น่าพอใจแก่ผู้ใช้เลยเพราะมันไม่ได้ตอบคำถามของเราจริงๆ

สรุป
Total Video Converter นั้นเรียกได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีในการใช้งานแต่ด้วยข้อจำกัดในตัวมันเองรวมถึงความคุ้มค่านั้นเราแนะนำให้คุณใช้โปรแกรมอื่นก็ได้ซึ่งในราคา 1200บาทนี้หากคุณไม่ได้ใช้โปรแกรมอะไรที่มันต้องมากมายล้นเหลือผู้เขียนแนะนำ Format Factory ซึ่งถูกกว่ามากเพราะฟรีแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโปรแกรมแต่ละตัวก็มักมาพร้อมกับความสามารถที่แตกต่างออกไปดังนั้นผู้ใช้จึงเลือกที่จะใช้ให้ถูกกับความต้องการของตัวเองด้วยนะครับ
ทางเลือกอื่น : Format Factory ก็ดีนะสำหรับการแปลงไฟล์เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าตัว 1200 บาท



เครดิตบทความ: http://viruscom2.com/2012/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b9%8c-total-video-converter-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b9%8c/