วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

สอนการใช้งาน Google Cloud Print คืออะไร


Google Cloud Print คืออะไรและสอนการใช้งาน

Google_Cloud_Print-7
Google ไม่หยุดพัฒนาจริงๆครับ และทาง Google ได้ออกของเล่นมาใหม่คือ Google Cloud Print แล้วคำถามก็เกิดขึ้นมาในหัว มันคืออะไรกันเนี่ยGoogle Cloud Print คือการปริ๊นจาก website หรือ application ที่ support  ไปยังPrinter ที่บ้าน ไม่ว่าจะข้ามโลก ข้ามทวีิปไปก็ปริ๊นได้นะโดยต้องใช้ Google Chrome และ applications ในการสั่ง Printer ต่อไปผมนั่งอยู่ข้างนอกบ้านแล้วปริ๊นข้อมูลต่างๆมายังที่บ้านผมก็ได้หรือปริ๊นไปที่ Office ผมก็ได้ หรือจะปริ๊นเก็บไว้ใน Google Doc ก็ได้นะครับ

สิ่งที่คุณต้องมีก่อนการ Google Cloud Print

1. Account Gmail
2. Browser Google Chrome และอุปกรณ์อื่นๆ ตรวจสอบได้ที่นี้ครับ
Application ที่ Support Google clound print
3. Printer ที่รองรับระบบ Google Cloud Print ตรวจสอบแต่ละยี่ห้อเลยครับ


วิธีการสั่ง Print บน Google Cloud Print อย่างละเอียด

ในส่วนนี้ผมของทดสอบการใช้งานผ่าน Brower Google Chrome
1. เปิด website บน Google Chrome ที่ต้องการ Print ขึ้นมา เช่น www.itithai.com
Google_Cloud_Print-1
2. กด Ctrl + P
3. จากนั้นให้เลือกเครื่องปริ๊นที่จะปริ๊นไป มันคือ Print with Google Cloud Print
Google_Cloud_Print-2
4. จากนั้นให้เราเลือกเครื่อง printer ที่เราต้องการปริ๊นไปครับ ถ้าsetup printer ไว้แล้ว (Printer ต้อง support Google Cloud Print  ด้วยนะครับ)
แต่ถ้ายังไม่มีเราสามารถ print ไปเก็บไว้ใน Google Doc ไว้ก่อนก็ได้ครับ โดยจะปริ๊นไปเป็นไฟล์ .pdf ให้เองเลยครับ
ในที่นี้ผมเลือก Save to google Docs จากนั้นก็กด Print แต่ถ้าใครต้องการ add pinter ก็ให้กดมุมซ้ายล่าง Manage Printer
Google_Cloud_Print-3
5. รอการปริ๊นไปยัง Google Docs
6. เมื่อทำการปริ๊นเรียบร้อยจะเห็นดังรูป
Google_Cloud_Print-4
7. จากนั้นเราลองเข้า Google Docs เพื่อไปดูเอกสารของเรา ก็ปรากฎดังภาพครับ
Google_Cloud_Print-5
เป็นยังไงมั้งครับ กับGoogle Cloud Print สะดวกสบายมากมาย เพื่อผมอยู่ข้างนอก Office จากนั้นก็ปริ๊นไปยัง office ให้เพื่อนร่วมงานได้เลย สะดวกสบายมากๆ และยังมีหลาย Application ที่รองรับในการสั่งปริ๊นแบบนี้ และอุปกรณ์พวก Printer ก็เริ่มทำออกมาให้สามารถรองรับการใช้งานกับ Google Cloud Print หลายเจ้าแล้วครับ


วิธีการเปลี่ยน Product key Windows 8


สอนวิธีการเปลี่ยน Product key Windows 8

1. ให้เราอยู่หน้า Modern UI จากนั้นพิมพ์ cmd บน Keyboard ของเราเลยครับ
Change-Product-key-Windows8-1

2. จากนั้นเราจะเห็น Command Prompt ขึ้นมา จากนั้นให้เราคลิกขวาที่ Command Prompt และจะมีแทบด้านล่างขึ้นมา ก็ให้เลือก Ran as administrator
Change-Product-key-Windows8-2

3.  จากนั้นให้เราพิมพ์  slmgr.vbs -ipk productkey
เช่น slmgr.vbs -ipk xxxxxx-xxxxxx-xxxxxx-xxxxxx
เมื่อใส่เสร็จก็กด Enter หลังจากนั้นก็กด Ok

Change-Product-key-Windows8-4

Change-Product-key-Windows8-3

เท่านี้ก็เป็นการเสร็จสิ้นวิธีการเปลี่ยน Product key Windows 8 เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

สอนวิธีการลง Windows 8 Developer Preview , Windows 8 Consumer Preview


ใส่แผ่น Windows 8 ใน DVD-Rom ของเรา จากนั้นให้มัน Boot
สำหรับบางคนที่ไม่ Boot ให้ไปตั้งค่าใน BIOS ก่อนให้มัน Bootจากแผ่นเป็นอันดับแรก แต่ถ้าใครไม่อยากตั้งก็ให้กด F10 หรือไม่ก็ F12 ตอนเิปิดคอมพิวเตอร์ดูครับ มันจะให้ทำการเลือก ลดับการBoot ณ ตอนนั้นเลย
สำหรับการเข้า BIOS ให้กด Del หรือ "." หรือถ้า Notebook ก็อาจจะเป็น F2 แต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกันครับ


1.  หลังจากที่เราใส่แผ่นแล้ว มันก็จะเข้า หน้า Loading file
install_windows8_1


2. หน้าตอนรับของ WIndows 8 Developer Preview
install_windows8_2

3.  ให้เราเลือก
Language to install : ให้เลือก English
Time and Currency format : ก็ให้เลือก English
Keyboard : ให้เลือก US
install_windows8_3


4. ให้กด Install Now
install_windows8_4


5. ให้ติ๊ก ถูก หน้า I accpet license และกด Next
install_windows8_5


6. ให้เลือก custom (Advance) เพื่อเป็นการลงwindows 8 ใหม่ครับ
install_windows8_6


7. ให้เราเลือก Drive ที่จะทำการลง WIndows 8
แต่ละสำหรับคนที่เคยลง OS เอาไว้แล้วจะมาลง Windows 8 ใหม่ ก็ให้คลิกไปที่ Drive Option ก่อนเพื่อทำการ Format Drive C เดิมที่เก็บ OS ตัวเก่าไว้ก่อนนะครับ

install_windows8_7

แต่สำหรับคนที่จะลง Windows 8 บน Harddisk ตัวนี้ ที่ยังไม่ได้ลง OS เอาไว้ก่อนก็ให้เราแบ่ง Drive  C ออกมาตามที่เราต้องการ จากนั้นก็เลือก drive นั้นแล้วกด Next เลยครับ
ในตัวอย่างผม ไฮไลทที่ Disk 0 Partion 2 แล้วกด Next
install_windows8_8


8. จากนั้นก็นั่งกินขนมรอ ลง Windows 8 ครับ และ Computer จาก Restart ตัวเอง 1ครั้ง
install_windows8_9

install_windows8_10


9. จากนั้นให้เราติ๊กถูกหน้า I accept the license ....... ,
ถ้าเราลง WIndows 8 32 bit จะไม่ขึ้นหน้านี้นะครับ จะขึ้นเฉพาะการที่เราลง Windows 8 64bit
install_windows8_11




10. ขั้นตอนนี้ให้ใส่ชื่อ PC ของเรานะครับ
install_windows8_12

11. ให้เราเลือก Use Express setting
install_windows8_13

13. ในขั้นตอนนี้ ผมสามารถแบ่งได้เป็น 2กรณีนะครับ
รณี ที่ 1 : ตอนที่เราลง Windows 8 เราไม่ได้ต่อ Internet มันก็จะให้ใส่ username account ที่เราจะใช้ตามปกติครับ
install_windows8_14
กรณีที่2 : ตอนลงเราได้เอา คอมพิวเตอร์ของเราต่อ Internet ไว้ด้วย (คือเสียบสายแลนกับ Router ตอนลง windows 8 ทำให้ คอมพิวเตอร์มัน Detect ได้ว่าคอมพิวเตอร์นี้สามารถออกinternet ได้ ) มันจะขึ้นดังรูป

มันก็จะให้ กรอก E-mail ของเี่รา : xxxx@hotmail.com
แต่้สำหรับ Account  >  @gmail.com หรือ Domain อื่นๆ เราก็สามารถกรอกได้นะครับ ถ้าเปิด Passport ของ Windows live ID
install_windows8_16

ให้เรากรอก E-mail / password เพื่อยืนยันของ account นี้
install_windows8_17

ให้เรากรอก Mobile phone ในกรณีเราเลือก Password มันจะส่งมาในมือถือของเรา
แต่ถ้าไม่อยากให้ส่งเข้ามือถือก็ให้เลือก Use an alternate email instead
install_windows8_18

จากนั้นก็ให้กรอก e-mail ที่จะให้ส่ง Password ไป ในกรณีเราลืม Password ครับ
install_windows8_19




เท่านี้ก็อันเป็นเสร็จสิ้น การลง Windows 8 Developer Preview ครับ เป็นไงครับง่ายไหมครับ
หลังจากที่ผมลองเล่นดูแล้วก็เจอกับเจ้าปัญหา Bluescreen เหมือนกันนะครับ ทั้งเจ้า Windows 8 Developer Preview , Windows 8 Consumer Preview เลยครับ แต่ Windows 8 Consumer Preview เริ่มนิ่งละครับ ยังไงก็รอ windows 8 กันต่อไป

ติตตั้ง Windows Phone 7 และ Android ใน hTC HD2


วันก่อนได้ hTC HD2 มา เป็นเครื่องมือสอง ลองตรวจสอบดูพบว่าเป็นรุ่นที่ขายกับ NEXT G Telstra Telecom ของออสเตรเลีย มาพร้อมกับ Windows Mobile 6.5 แต่ปลดล็อกแล้ว (หรือเขาไม่ล็อกอันนี้ไม่รู้) ได้มาปุ๊บลองเล่น Windows Mobile นิดหน่อย ลองเซ็ต EDGE/GPRS ดูแล้ว แต่ใช้ไม่ได้ (ทั้ง ๆ ที่ตั้งค่าแบบเดียวกับเครื่อง ASUS P526 ที่ใช้อยู่ทุกอย่าง) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะผมตั้งใจจะจับมันมาลง Windows Phone 7 และ Android ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว : D
ผมอ่านข้อมูลของ hTC HD2 มาพักนึงแล้ว ครั้งนี้เป็นการได้ลองทำจริง ๆ ตื่นเต้น กลัวมัน brick... ข้อมูลการลง ROMs อ่านมาจากหลาย ๆ เว็บ รวบรวมจนได้มาเป็นแบบนี้

คำเตือน

  • ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิง Windows 7 และ hTC HD2 รุ่นที่ไม่ใช่ของ T-Mobile เป็นหลัก
  • ถ้าคุณใช้ hTC HD2 ของ T-Mobile กรุณาอ่านโพสต์นี้สักนิด
  • และเหมือน ๆ กับทุกเว็บ ผมไม่รับประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับมือถือของคุณ กรุณาศึกษาให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติครับ

การเตรียมการ และติดตั้ง Boot Loader

กุญแจสำคัญสำหรับการติดตั้ง ROM ที่เป็น home brew ระบบ Dual-boot
  • ก่อนอื่นต้องชาร์จแบตของมือถือให้เต็ม 100% ก่อนที่จะทำอะไรกับเครื่อง ใส่ microSD เข้าเครื่องให้เรียบร้อย (ถ้าลงทั้ง 2 OS ขนาดพื้นที่ของ microSD จะถูกหารสอง และเปลี่ยนภายหลังไม่ได้ง่าย ๆ)
  • ตรวจสอบ SPL ว่าเป็นเวอร์ชั่นไหนโดยการกดปุ่ม Volume Down ค้างไว้ตอนที่เปิดเครื่อง (ของผมเป็น SPL 1.66.0000)
  • กดปุ่ม Reset หลังเครื่อง เพื่อบูตเข้า Windows Mobile ตามปกติ
  • ต่อมือถือกับคอมพิวเตอร์ (ผมใช้ Windows 7) ผ่านทาง USB รอให้ Windows ติดตั้งไดรเวอร์ให้เรียบร้อย
  • สำหรับคนที่ไม่ได้เชื่อมต่อ Windows Mobile เข้ากับ Windows เลยอาจจะต้องติดตั้ง Windows Mobile Device Center เป็นเวอร์ชั่นใหม่ (6.1) ก่อน (ผ่าน Windows Update ก็น่าจะได้) ถ้าให้ดีติดตั้งให้ตรงกับ Windows ของคุณว่าเป็น 32 bit หรือ 64 bit
  • ปิดโปรแกรม Antivirus ต่าง ๆ ของคุณทิ้งไปก่อน (เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น!)
  • หลังจาก Windows จัดการข้อมูลอะไรพร้อมแล้วให้เปิดโปรแกรม HSPL (รุ่นล่าสุดเป็น HSPL4) ขึ้นมาในโหมด Admin แล้วเลือกรุ่นของ SPL ในเครื่องให้ถูกต้อง ต่อด้วยเลือก HSPL ที่จะติดตั้ง หากคุณต้องการติดตั้ง OS เป็น 2 ระบบแบบของผม ต้องเลือก HSPL เป็นเวอร์ชั่น 2.08 เท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะติดตั้ง MAGLDR ไม่ได้
  • หลังจากติดตั้ง HSPL เสร็จ เครื่องจะรีเซ็ต แล้วบูตเข้า Windows Mobile ตามปกติ (หากต้องการตรวจสอบก็กดปุ่มVolume Down ค้างไว้ตอนบูต จะเห็น SPL เป็น SPL-2.08.HSPL)
  • ติดตั้ง Radio เป็นเวอร์ชั่นใหม่ ของผมใช้รุ่น 2.15.50.14 (ตามความต้องการของ OS) โดยเปิด CustomRUU ขึ้นมาในโหมด Admin
  • หลังจากนั้น ให้ล้างข้อมูลใน NAND ทิ้งโดยใช้โปรแกรม Task29 ในโหมด Admin จะทำให้ข้อมูลใน NAND หายไปหมด
  • หลังจากลง Task29 เสร็จ เครื่องจะรีเซ็ตให้กดปุ่ม Volume Down ค้างไว้เพื่อเข้าโหมด Tri-Color หากกดไม่ทัน ให้กดปุ่ม Reset แล้วกดปุ่ม Volume Down อีกครั้ง (หากพลาดอีกก็ Reset อีก)
  • เมื่อเข้าโหมด Tri-Color ได้แล้ว รอให้ขึ้นข้อความ USB ตรงพื้นที่สีขาว ให้ติดตั้ง MAGLDR ลงไป ผมใช้เวอร์ชั่น 1.13 (ตามที่ OS รองรับ) โดยเปิดไฟล์ ROMUpdateUtility.exe ในโหมด Admin
  • เมื่อติดตั้ง MAGLDR เสร็จ เครื่องจะรีเซ็ต เปิด MAGLDR ขึ้นมา
  • ใช้ปุ่ม Volume Up และ Volume Down เลื่อนไปยัง Services กดปุ่ม โทรออก จะเปลี่ยนเป็นหน้า Seveices menuแล้วเลื่อนไปที่ BootSettings กดปุ่ม โทรออก จะเป็นหน้า AutoBoot เล่นไปที่ AlwaysMenu กดปุ่ม โทรออก จะขึ้นข้อความถาม "Show boot menu always at boot?" ให้ตอบ YES โดยกดปุ่ม โทรออก หลังจากนี้ MAGLDR จะแสดงทุกครั้งที่รีเซ็ตเครื่อง (หากต้องการปิดก็กดปุ่ม วางสาย ในหน้าสุดท้ายแทน)

การติดตั้ง Windows Phone 7

Windows Phone 7 ต้องติดตั้งบน NAND (หน่วยความจำหลักภายใน) เท่านั้น จึงต้องทำก่อนติดตั้ง Android เสมอ
  • (หลังจากเลือก AlwaysMenu เสร็จแล้ว มันจะกลับมาที่หน้าเมนูหลัก) ให้ใช้ปุ่ม Volume Down เลื่อนไปจนถึง USB Flasher แล้วกดปุ่ม โทรออก
  • รอจนหน้าจอขึ้น USB... USB แล้วติดตั้ง Windows Phone 7 ลงใน NAND ก่อนเป็นอย่างแรก โดยการรัน DWI.exe ในโหมด Admin (หาก DWI บอกว่าไม่เจอมือถือ ลองใช้เปลี่ยนไปใช้ช่อง USB ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์แทน)
  • รอจน DWI ติดตั้ง Windows Phone ลงไปใน NAND จนเสร็จ เครื่องจะรีเซ็ต
  • ในหน้า MAGLDR ให้เลือก WPH เครื่องจะบูตเข้า Windows Phone 7 ให้ทำตามหน้า Get Start จนเสร็จ ทดสอบการใช้งานว่า Windows Phone ใช้ได้สมบูรณ์ดี และรอจน Windows 7 ติดตั้ง driver ที่จำเป็นจนเสร็จ ก็ให้สั่ง reset your phone (Factory Reset) จากหน้า About ใน Windows Phone (เปิดเมนูหลักขึ้นมา ไปที่ Settings > about)
  • เมื่อเครื่องรีเซ็ตมันจะกลับมาค้างอยู่ที่ MAGLDR ให้ถอด microSD ออกมา แล้วเสียบเข้ากับตัวอ่านการ์ด
  • เปิดโปรแกรม MiniTools Partition Wizard Home Edition ในเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมา
  • บน disk ที่เป็น microSD จะเห็นพาร์ทิชั่นอยู่ 2 พาร์ทิชั่น คือ ขนาด 200MB กับที่เหลือทั้งหมดเป็น unformattedให้ลบ unformatted partition ทิ้ง โดยการคลิกขวาที่พาร์ทิชั่นนั้น แล้วเลือก Delete แล้วคลิก Apply รอจนโปรแกรมทำงานเสร็จ
  • สร้างพาร์ทิชั่นใหม่ขึ้นมา โดยการคลิกขวาที่ พี้นที่ Unallocated เลือก Create ในช่อง Create As ให้เลือกเป็นLogical และ File System ให้เลือกเป็น Unformatted ในช่อง Size And Location ปรับขนาดให้มีขนาดมากกว่าครึ่งหนึ่งของการ์ด และ ย้ายตำแหน่งของพาร์ทิชั่นมาอยู่ด้านหลังสุด ของการ์ด คลิกปุ่ม OK แล้วคลิก Apply
  • หลังจากนั้น ให้ถอดการ์ดออกไปเสียบกลับเข้ามือถือ
  • เลือกบูตเป็น WPH แล้วทำตาม Get Start อีกครั้งจนเสร็จ แล้วก็สั่งปิดเครื่อง
  • รอให้ปิดเครื่องสนิทจริง ๆ (รอสักพักใหญ่ ๆ เป็นการดี) จากนั้นถอด microSD ออกมา เสียบกลับเข้าเครื่องอ่านการ์ด
  • เปิดMiniTools Partition Wizard Home Edition ขึ้นมาอีกครั้ง คลิกขวาที่พาร์ทิชั่นขนาด 200MB เลือกMove/Resize ขยายขนาดของพาร์ทิชั่นนี้ให้เต็มพื้นที่ที่เหลือ (ถ้าขยายไม่ได้ แสดงว่าทำขั้นตอนก่อนหน้าผิดพลาด ให้กลับไปทำในขั้นตอน reset your phone ใหม่อีกครั้ง) แล้วสั่ง Apply
  • สั่งฟอร์แมตพาร์ทิชั่นเมื่อกี้ (อันที่ขยายมาจาก 200MB) ให้ File System เป็น FAT32 และ Cluster Size เป็น 32k หรือ 64k (ผมเลือก 32k แบบไม่มีเหตุผลประกอบ) แล้วสั่ง Apply
  • คลิกขวาที่พาร์ทิชั่นที่เป็น unformatted (อันนี้ของ Windows Phone) แล้วเลือก Modify > Set Partition as Primary คลิก Apply

ติดตั้ง Android SD version

สำหรับ Android ที่จะใช้ต้องเป็นเวอร์ชั่น SD เท่านั้น โดยเลือกจากเว็บ HD2Roms หรือจาก xda-developer ก็ได้ สำหรับผมเลือก AmeriCan Android ที่พัฒนามาจาก CyanogenMod แต่ MIUI ก็น่าสนใจเหมือนกัน เห็นคนพูดถึงกันเยอะ แต่ผมเองยังไม่ได้ลองเล่นดูเลยครับ
  • คัดลอกทั้งโฟลเดอร์ Android ที่แตกออกมาไปไว้ใน / (root) ของการ์ด
  • ถอดการ์ดออกไปเสียบกลับเข้ามือถือ แล้วเปิดเครื่อง
  • เมื่อขึ้นหน้าจอ MAGLDR ให้เลือก Services > BootSettings > AD SD Dir แล้วเลือก Android มันจะกลับไปหน้าหลัก ให้เลือก Boot AD SD มันจะบูตเข้า Android ให้รออีกพักใหญ่ ๆ (ของผมประมาณ 5 นาที - ครั้งต่อไปจะไม่นานเท่านี้) หากไม่ผิดพลาดอะไร จะมีตัว Android ออกมาวิ่งเล่น
  • ให้ตั้งค่าต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
ถ้าต้องการใช้ Windows Phone ก็ให้เลือก WPH แต่ถ้าจะใช้ Android ก็ให้เลือก Boot AD SD

คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ

  • ไม่ควรเปิด Wi-Fi, GPS, 3G ทิ้งไว้ เพราะจะทำให้แบตหมดเร็ว
  • ห้ามบูตเข้า Windows Phone โดยที่ไม่ได้ใส่ microSD ที่ใช้ทำเด็ดขาด

108 ปัญหาคอมพิวเตอร์ ที่พบกันบ่อยๆ


 รวบรวมปัญหาต่าง ๆ ที่พบได้บ่อย ๆ กับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อย ๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับ การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ ได้บ้าง
หลังจาก Setup Windows ใหม่แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป
เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อย ๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ทำให้เครื่องไม่สามารถ เขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่
หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error
ที่พบบ่อย ๆ มากคือปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
ใช้ AMD K6II-350 ขึ้นไปลง Windows95 แล้วเกิด Error แต่ลง Windows98 ได้
จะเกิดจากการใช้ CPU ของ AMD ที่มีความเร็วตั้งแต่ 350MHz ขึ้นไปกับ Windows95 วิธีแก้ไขคือไป Download Patch สำหรับแก้ปัญหานี้ที่ AMDK6UPD.EXE มาแก้ไขโดยสั่งรันไฟล์นี้แล้วบูทเครื่องใหม่
ปัญหาของฮาร์ดแวร์
RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง
อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M หรือ 8M ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ
ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก
อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่าง ๆ ว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของ CPU ช่วยด้วยก็ดี
มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง
อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่น ๆ ดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ ๆ กับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย
ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี
ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS
ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G
อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) ดูวิธีการทำ fdisk และ การ format ฮาร์ดดิสก์ ที่นี่
ไม่สามารถใช้งาน ฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ
เกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับ ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็ม วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้น ๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้
ปัญหาของซอฟต์แวร์
หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้
เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง
พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษ
ส่วนใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบ อิงค์เจ็ท รุ่นใหม่ ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ ๆ ของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้น ๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English(USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English(USA)
สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ
สาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วยและสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)
ใช้การ์ดจอของ TNT แล้วเมื่อพิมพ์ข้อความต่าง ๆ สระบนล่างไม่ยอมขึ้นมาทันที
ต้องพิมพ์ตัวต่อไปก่อนจึงจะเห็น เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ กับผู้ที่ใช้การ์ดจอของ TNT ครับให้ลองหา Driver รุ่นใหม่ ๆ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตการ์ดจอมาใช้ จะแก้ไขได้หรือใช้ Driver ของ Detonator Version 3.65 ขึ้นไป หาได้จาก http://www.3dchipset.com/
ปัญหาของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
กำลังไฟ
ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
สาเหตุ : ไม่ได้ต่อคอมพิวเตอร์ลงเต้าเสียบที่ด้านหลัง
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าสายไฟนั้นเสียบอยู่ที่เต้าเสียบไปบนฝาผนัง และไฟ AC บนฝาผนังที่ลงสายกราวนด์ของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
สาเหตุุ : คอมพิวเตอร์อาจอยูในโหมด Sleep
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบว่าปุ่ม เปิดเครื่องด่วน นั้นสว่างอยู่ และมีไฟสีเหลืองอำพัน ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้กดปุ่มดังกล่าวเพื่อออกจากโหมด Sleep
ฮาร์ดดิสก์
ปัญหา : ข้อความแสดงการผิดพลาดเกี่ยวกับดิสก์ที่ไม่สามารถบูตได้
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์พยายามเริ่มระบบจากดิสเก็ตต์ที่ไม่มีซอฟต์แวร์ สำหรับเริ่มระบบ
การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออกจากไดรฟ์เมื่อไฟแสดงสถานะบนไดรฟ์ดับ แลว้ทำต่อๆ ไป โดยการกดคีย์ใด ๆ บนแป้นพิมพ์

ปัญหา : การทำงานของฮาร์ดไดรฟ์ช้าลง
สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ อาจอยู่กระจัดกระจาย
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter เพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้ คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter

ปัญหา : ไฟแสดงการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์สว่างแต่ไม่กระพริบ
สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ อาจจะเสียหาย
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter และเพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter6 จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter
ซีดีรอม
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : ไม่ได้วางซีดีในไดรฟ์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีซีดีไดรฟ์แบบโหลดด้วยถาด ให้กดปุ่มนำแผ่นซีดีออก แล้วค่อย ๆ กดแผ่นซีดีลงในตำแหน่ง ที่เหมาะสมจากนั้นโหลดแผ่นเข้าไปใหม่

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : ระบบไม่รู้จักซีดีไดรฟ์
การแก้ปัญหา : ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วคอยอย่างน้อย 30 วินาที จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : ใส่แผ่นซีดีกลับข้าง
การแก้ปัญหา : นำแผ่นซีดีออก แล้วพลิกแผ่นซีดีกลับ จากนั้นโหลดเข้าไปใหม่

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : แผ่นซีดีสกปรก
การแก้ปัญหา : ทำความสะอาดแผ่นซีดีด้วยชุดทำความสะอาด
ดิสก์เก็ต
ปัญหา : ไฟแสดงสถานะของดิสเก็ตต์สว่างอยู่
สาเหตุ : มีการใส่แผ่นดิสเก็ตต์อย่างไม่เหมาะสม
การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออก แล้วใส่เข้าไปใหม่แผ่นดิสเก็ตต์เกิดความเสียหาย ใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น หรือตรวจสอบแผ่นดิสเก็ตต์โดยการรันโปรแกรม ScanDisk และเพื่อที่จะรันโปรแกรม ScanDisk จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จาก นั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ ScanDisk ซอฟต์แวร์

ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้
สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ยังไม่ได้ฟอร์แมต
การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นดิสเก็ตต์

ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้
สาเหตุ : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์มีการป้องกันการเขียน (Write-Protected)
การแก้ปัญหา : ยกเลิกการป้องกันการเขียน หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอี่นที่ไม่มีการป้องกันการ เขียน
และเพื่อที่จะยกเลิกการป้องกันการเขียน ให้เลื่อนแผ่นสีดำที่ด้านหลังของแผ่นดิสเก็ตต์เพื่อปิดรู

ปัญหา : การเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ที่ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ : ตรวจสอบตัวอักษรของไดรฟ์ในสเตทเมนท์ของพาธ
การแก้ปัญหา : พรอมต์ A:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากไดรฟ์ A ส่วนพรอมต์ C:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากฮาร์ดไดรฟ์

ปัญหา : ไม่มีเนื้อที่เพียงพอบนแผ่นดิสเก็ตต์ ดิสเก็ตต์ออก หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น
สาเหตุ : ลบข้อมูลบางส่วนที่เก็บอยู่บนแผ่น
การแก้ปัญหา : ระมัดระวังอย่าลบข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่บนแผ่นดิสเก็ตต์โดยบังเอิญ

ปัญหา : ดิสก์เก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถอ่านแผ่นดิสเก็ตต์
สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ ยังไม่ได้ฟอร์แมต
การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นฮาร์ดแวร์

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์
สาเหตุ : ไม่ได้ตั้งค่าคอนฟิกคอมพิวเตอร์ของคุณหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่
การแก้ปัญหา : ถ้าเป็นอุปกรณ์แบบพลักแอนด์เฟลย์ วินโดวส์จะรู้จักอุปกรณ์นั้นและตั้งค่า คอนฟิกให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พลักแอนด์ใ ห้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าคอนฟิก

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์
สาเหตุ : สายเคเบิลที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับคอมพิวเตอร์นั้นหลวม หรือยังไม่ได้เสียบสายไฟของอุปกรณ์
การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูว่าอุปกรณ์นั้นต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์
สาเหตุ : เมื่อคอมพิวเตอร์แนะนำคุณให้เปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิเกอเรชันของระบบ
การแก้ปัญหา : ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คุณจะเห็นข้อคุณไม่ได้ยอมรับการ เปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
จอภาพ
ปัญหา : อักษรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอมืดมัว
สาเหตุ : ไม่ได้ปรับตัวควบคุมความสว่างอย่างเหมาะสม
การแก้ปัญหา : ปรับตัวควบคุมความสว่างที่อยู่บนหน้าจอ

ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า
สาเหตุ : สายเคเบิลที่ต่อเชื่อมจอภาพเข้ากับ คอมพิวเตอร์นั้นหลวมยังหรือไม่ได้เสียบสายจอภาพ
การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูให้แน่ใจว่าช่องเสียบจอภาพนั้นเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและแน่นพอ

ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า
สาเหตุ : คุณได้ติดตั้งยูทิลิตีที่ทำให้หน้าจอว่างเปล่า
การแก้ปัญหา : กดคีย์ใด ๆ หรือเคลื่อนไหวเมาส์ หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหา :หน้าจอว่างเปล่า
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด Sleep
การแก้ปัญหา : กดปุ่ม เปิดเครื่องด่วน หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหา : จอภาพร้อนเกินไป
สาเหตุ : พื้นที่สำหรับระบายอากาศไม่เพียงพอให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
การแก้ปัญหา : เว้นพื้นที่ให้มีข้องระบายอากาศอย่างน้อย 3 นิ้ว (7.6 ซม.) ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มี อะไรปิดอยู่ด้านบนของจอภาพที่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศ
เมาส์
ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว
สาเหตุ : สายเมาส์เสียบไม่แน่นหนาในช่องเสียบที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบและเสียบสายเมาส์ให้แน่น

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว
สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ หรือ ติดตั้งไดรเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ที่ถูกต้อง จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ให้คลิกที่ปุ่ม Start จากนั้น ชี้ไปที่ Settings แล้วคลิกที่ Control Panel เมื่อเห็นหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Mouse แล้วคลิกที่แท็บ General
เครื่องพิมพ์
ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน
สาเหตุ : ไม่ได้เสียบสายไฟของเครื่องพิมพ์ หรือไม่ได้เสียบสายเคเบิลของเครื่องพิมพ์
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบปลายทั้งสองด้านของเครื่องพิมพ์ และสายไฟของเครื่องพิมพ์ว่ามีการเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมหรือไม่ อย่างถูกต้องและแน่นหนา

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์
สาเหตุ : ไม่ได้เปิดเครื่องพิมพ์
การแก้ปัญหา : เปิดเครื่องพิมพ์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์
สาเหตุ : เครื่องพิมพ์ไม่ได้อยู่ในโหมด ออนไลน์
การแก้ปัญหา : ตั้งค่าเครื่องพิมพ์ให้อยู่ในโหมดออนไลน์ เครื่องพิมพ์บางเครื่องมีปุ่มหรือ ตัวควบคุมอยู่บนแผงด้านหน้าสำหรับเปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดออนไลน์และโหมดออฟไลน์ ถ้าเครื่องพิมพ์มีปุ่มหรือสวิตช์ ออนไลน์/ออฟไลน์ ให้เลือก ออนไลน์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ
สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งหรือเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่ามีการติดตั้งและเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง ไดรเวอร์ที่ถูกต้องของเครื่องพิมพ์มักจะระบุโดยชื่อของเครื่องพิมพ์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ
สาเหตุ : สายไฟของเครื่องพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างเหมาะสม
การแก้ปัญหา :ให้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ แล้วเชื่อมต่อสายไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง
หน่วยความจำ
ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์โมดูลหน่วยความจำผิดชนิด
การแก้ปัญหา : การใช้โมดูลหน่วยความจำอื่นอาจมีผลทำให้การเริ่มระบบยากขึ้นเมื่อคุณอัปเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องใช้หน่วยความจำ EDO 60 นาโนวินาที

ปัญหา : หน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันโปรแกรม
สาเหตุ : หน่วยความจำไม่ได้รับการตั้งค่าคอนฟิกอย่างเหมาะสมสำหรับโปรแกรม
การแก้ปัญหา : โปรแกรมจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำจำนวนหนึ่งในการรัน ปิดโปรแกรม ใด ๆ ที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะดูว่าโปรแกรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำเท่าใด ให้อ่าน เอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมนั้น

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า out of memory
สาเหตุ : ค่าคอนฟิเกอเรชันของหน่วยความจำตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง , หน่วยความจำไม่พอในการรัน
การแก้ปัญหา : ปิดโปรแกรมที่คุณกำลังใช้อยู่ อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมเพื่อดูข้อกำหนดเกี่ยวกับหน่วยความจำ คุณอาจต้องซื้อและติดตั้งหน่วยความจำเพิ่มเติม

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า Insufficient memory
สาเหตุ : หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์เหลือไม่เพียงพอที่จะรัน โปรแกรม
การแก้ปัญหา :โปรแกรมบางอย่างจะแอกทีฟอยู่ในแบ็กกราวนด์เมื่อเราเปิดขึ้นมา โปรแกรมเหล่านี้ใช้หน่วยความจำบางส่วนถึงแม้ว่าจะรันอยูในแบ็กกราวด์ก็ตาม
แฟกซ์/โมเดม
ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม
สาเหตุ : ไม่ได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มอยู่อย่างเหมาะสม
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มไว้อย่างแน่นหนา และสายโทรศัพท์ เสียบอยู่ที่เต้าเสียบที่ฝาผนังอย่างแน่นหนา

ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม
สาเหตุ : มีการกำหนดอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัวให้กับพอร์ตอนุกรม
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์อื่นใช้พอร์ตอนุกรมเดียวกับแฟกซ์/โมเด็ม

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : แฟกซ์/โมเด็มอาจจะเกิความขัดแย้งกับโปรแกรมอื่น
การแก้ปัญหา : โปรแกรมบางอันอาจจะขัดแย้งกับซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็มในตัวของคอมพิวเตอร์ให้ออกจากโปรแกรมใด ๆ ที่คุณกำลังรัน แต่ไม่ได้ใช้งานอยู่

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นวางหู
การแก้ปัญหา :หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่สายโทรศัพท์มี

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : เสียงดังมาก และการโทรศัพท์ถูกตัด
การแก้ปัญหา : หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่ ถ้าปัญหายังคงเกิดอยู่ ให้ตรวจสอบกับ องค์การ โทรศัพท์โดยปกติจะมีฟิลเตอร์ให้มาเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนในสาย นอกจากนั้น ให้ตรวจสอบการเชื่อมต่อโทรศัพท์ และแฟกซ์/โมเด็ม ถ้าสายที่ต่ออยู่หลวม แม้ว่าเล็กน้อย ก็อาจจะก่อให้เกิดเสียงรบกวนในสายได้

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : คุณมีสายเรียกซ้อน (Call Waiting) รออยู่ในสายโทรศัพท์ของคุณ สายเรียกซ้อนเข้ามานี้ จะตัดการเชื่อมต่อของโมเด็ม
การแก้ปัญหา : ในบางพื้นที่ บริการับสายเรียกซ้อนสามารถยกเลิกได้โดยการกด *70 ,ก่อนที่จะหมุน

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : โทรศัพท์พ่วงบนสายโทรศัพท์เดียวกัน
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าโทรศัพท์ทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่กับสายโทรศัพท์เดียวกันกับยกหูขึ้นแฟกซ์/โมเด็มวางอยู่ อย่างเหมาะสม

ปัญหา : ไม่มีเสียงสัญญาณดังขึ้นขณะที่ต่อโมเด็มอยู่
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์ใช้โมเด็ม K56flex
การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคอมแพครุ่นเพรสซาริโอ 4500 ที่มาพร้อมกับ โมเด็ม K56flex คุณจะไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ ในขณะที่ กำลังเชื่อมต่อโมเด็มข้อมูลเกี่ยวกับ ไวรัสของคอมพิวเตอร์
ระบบเสียง
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่มีเสียง
สาเหตุ : มีการปิดระบบเสียง
การแก้ปัญหา : คลิกที่ไอคอน Speaker บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ เมื่อบ็อกซ์ควบคุมระดับเสียง ปรากฏตรวจดูให้แน่ใจว่าเช็คบ็อกซ์ Mute ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่มีการลดระดับเสียงให้เบาเพิ่ม ระดับเสียงโดยการกดปุ่มเพิ่มระดับเสียง (+)ที่ด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ลำ โพงไม่ได้รับการ เชื่อมต่ออย่าง ตรวจดูให้แน่ในว่าลำโพงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แน่นหนาหรือไม่
ไวรัส
"ไวรัสของคอมพิวเตอร์" เป็นรหัสคำสั่งการของซอฟต์แวร์ที่ทำความเสียหายหรือลบข้อมูล ไฟล์ หรือซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะติดไวรัสเมื่อใส่ซอฟต์แวร์หรือไฟล์ที่มีไวรัสลงไปในคอมพิวเตอร์ ดิสเกตต์จากเพื่อน หรือที่ได้มาจากการติดต่อธุรกิจมักจะเป็นแหล่งกำเนิดไวรัส อาการที่บ่งบอกว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสมีดังนี้
1. มีตัวอักษรแปลก ๆ หรือข้อความหยาบ ๆ ปรากฎอยู่บนหน้าจอ
2. มีข้อความแสดงการผิดพลาดของฮาร์ดไดรฟ์ หน่วยความจำ หรือซอฟต์แวร์
3. ไฟล์และไดเรคทอรีเกิดความเสียหาย
บริการออนไลน์เชิงพาณิชย์และผู้ผลิตซอฟต์แวร์จะตรวจจับไวรัสอย่างเข้มงวด และมักจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดที่แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์
มีบริษัทมากมายที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัส คุณควรจะมีเวอร์ชันล่าสุดของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้รับการอัปเดตอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากผู้สร้างและเผยแพร่ไวรัส ซึ่งถือเป็นผู้ที่ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศจะอัปเดตโปรแกรมไวรัสอยู่เป็นประจำด้วยเช่นกัน ให้ถามหาซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัสล่าสุดจากร้านค้าคอมพิวเตอร์ใกล้บ้านของคุณ

วิธีติดตั้ง Joomla 1.5 ขั้นตอน การติดตั้ง การ Install โปรแกรมสร้างเว็บ

วิธีติดตั้ง Joomla 1.5

Joomla เป็น CMS หรือพูดภาษาบ้านๆว่าเป็น โปรแกรมสร้างเว็บ ชนิดหนึ่ง มีความสามารถครบ และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความปลอดภัยสูง และเป็นที่นิยม ใช้สร้างเว็บไซต์ กันมากมายทั้งคนไทยและต่างประเทศ
ก่อน ติดตั้ง ต้องจำลอง เครื่อง เราเป็น Web Server ก่อน ตามลิงค์นี้ครับ
http://www.mindphp.com/modules.php?name=News&file=article&sid=15
และเตรียมฐานข้อมูล ตามรูปด้านล่างนี้
สร้างฐานข้อมูล สำหรับติดตั้ง Joomla 1.5

ขั้นตอน การติดตั้ง Joomla 1.5

1.ดาวน์โหลด Joomla 1.5 มาก่อน โหลด และ ติดตามข่าวความเคลื่อนไหว ได้ที่
http://www.mindphp.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2551
2.เมื่อดาวน์โหลด มาแล้ว ให้ Unzip Joomla-1.5.0.zip ไฟล์ ไปไว้ที่ D:xampphtdocsjoomla15
ดาวน์โหลด มาแล้ว ให้ Unzip Joomla-1.5.0.zip
3.เข้าไปที่ http://localhost/joomla15/ จะได้หน้าจอดังที่
4.เลือกภาษา การแสดงผล สำหรับการติดตั้ง Joomla 1.5
เลือกภาษา สำหรับ การแสดงผล  สำหรับการติดตั้ง
5.ตรวจสอบก่อนการติดตั้งสำหรับ ต้องเป็นสีเขียวทั้งหมด ถ้ามี สีแดงอยู่ ให้ปรับแต่ server ก่อน แล้ว คลิก ตรวจสอบอีกครั้ง
ถ้ามีสีเขียวทั้งหมดแล้ว ให้ คลิก ปุ่ม ถัดไป ได้เลย
ตรวจสอบ config ของ server สำหรับ การติดตั้ง joomla 1.5
6.ลิขสิทธิ์ ของโปรแกรม Joomla 1.5 คลิก ปุ่ม ถัดไป
.ลิขสิทธิ์ ของโปรแกรม Joomla 1.5
7.กรอกรายละเอียดของ ฐานข้อมูล
ชนิดฐานข้อมูล ให้เลือก เป็น Mysql
ชื่อโฮสต์ ใส่เป็น localhost
ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล,รหัสผ่าน,ชื่อฐานข้อมูล ตามที่เราได้กำหนดไว้
เมื่อกรอกเรียนร้อยแล้วให้คลิก ปุ่ม ถัดไป
กรอก รายละเอียดฐานข้อมูล Joomla การติดตั้ง วิธีติดตั้ง
8.กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับ FTP สำหรับ ติดตั้งที่ เครื่องตัวเองไม่ต้องกำหนด
FTP สำหรับ ติดตั้งที่ เครื่องตัวเอง Joomla การติดตั้ง วิธีติดตั้ง
9.กำหนด ชื่อเว็บ e-mail และรหัสผ่านของ admin
กำหนด ชื่อเว็บ e-mail และรหัสผ่านของ admin ของ การติดตั้ง Joomla 1.5
10.เสร็จ
ติดตั้ง Joomla เสร็จสิน
ไปที่
http://localhost/joomla15/administrator/
Login ใน ฐานนะ admin ใน Joomla 1.5
หน้าจอ ของ admin
joomla admin panel

เปลี่ยนปุ่มเปลี่ยน ภาษาจาก Alt+Shift เป็น ~ บน Ubuntu 10.04


บางท่านใช้  Windows มานานใช้ปุ่มเปลี่ยภาษาเป็น ~ (Grave) แต่พอลองมาใช้ Ubuntu ปุ่มเปลี่ยนภาษาใช้ Alt+Shift ปรับสมองแทบไม่ทัน ยิ่งกลับไปกลับมา ระหว่าง Windows กับ Ubuntu คงสับสนน่าดูเลย เอาเป็นว่าเข้าข้าง windows หน่อย เปลี่ยนปุ่มเปลี่ยนภาษาจาก Alt+Shift เป็น ~ กันดีกว่าน่ะครับ
การติดตั้ง
1. ดาวน์โหลด xkb-data-grave.deb
2. ดับเบิ้ลคลิกเพื่อติดตั้ง
3. ติดตั้งเสร็จไปที่เมนู  System -> Preferences -> Keyboard เลือกตรงแท็ป Layouts  แล้วเลือกที่ Options…
จากนั้นเลือกที่ Grave switches layout.
แค่นี้ครับก็สามารถใช้ปุ่ม ~ ในการเปลี่ยนภาษาได้แล้วครับ